Intel® Core™ i7 โปรเซสเซอร์
สำหรับเดสก์ท็อป
โปรเซสเซอร์สำหรับพีซีรุ่นใหม่จาก Intel เพื่อการประมวลผลแบบอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้
รองรับการทำงานที่ต้องใช้การประมวลผลหนักๆ ได้พร้อมกันหลายส่วน Intel® Core™ i7 มีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงสุด สามารถรองรับการใช้งาน
สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการพลังการประมวลผลได้อย่างสบาย คุณสามารถทำงานผ่านโปรแกรมต่าง ๆ ในเครื่องพีซีได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเล่นเกม สร้างสรรค์ผลงานหรือตัดต่อวิดีโอดิจิตอล เพลงและข้อมูลภาพต่าง ๆ
คุณสมบัติหลัก

สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไม่จำกัด
ปลดปล่อยจินตนาการของคุณได้อย่างอิสระ สร้างสรรค์ผลงานดิจิตอลที่ล้ำสมัยเร็วขึ้นถึง 92%‡ เข้ารหัสวิดีโอหรือตัดต่อและ เผยแพร่ภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทำงานและเล่นเกมได้อย่างที่ใจต้องการ
โปรเซสเซอร์ Intel Core i7 ช่วยให้คุณสามารถเรียกใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้พร้อมกันและทำงานเร็วขึ้นถึง 27%‡ ช่วยลดเวลาในการทำงานอันเนื่องมาจากการรอการประมวลผลของเครื่อง
ประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมที่เหนือกว่า
พบกับขุมพลังที่เต็มเปี่ยมสำหรับเกมความละเอียดสูงที่มีความซับซ้อน พร้อมระบบสมองกลอัจฉริยะที่ฉลาดขึ้นถึง 55% สำหรับการอ่านข้อมูลเกมและประมวลผลข้อมูลได้อย่างสมจริง
ประสิทธิภาพที่ตรงตามความต้องการ
เทคโนโลยี Intel® Turbo Boost‡ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับคุณได้ดีขึ้น 43%◊ในแอพพลิเคชั่นที่มีความ
ซับซ้อน โดยอาศัยขุมพลังในการอ่านชุดคำสั่งซ้อนกันจาก Intel® Hyper-Threading Technology‡
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งอยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพในการเล่นเกม
เปรียบเทียบหมายเลขโปรเซสเซอร์
เร็วกว่าหมายความว่าดีกว่าเสมอไปใช่หรือไม่ ใช่ แต่ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องซื้อเสมอไป
เมื่อลองประเมินประสิทธิภาพของส่วนประกอบต่อไปนี้ อย่าวิเคราะห์แยกกันเป็นส่วนๆ แต่ให้พิจารณาร่วมกันทุกๆ ส่วน นอกจากนี้ อย่าลืมคำนึงถึงความต้องการในอนาคต เช่น การที่เราต้องลงซอฟต์แวร์เพิ่มให้กับสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น หรือสำหรับงานดิจิตอลที่เพิ่มมากขึ้น
| ตระกูลโปรเซสเซอร์
|
โปรเซสเซอร์
หมายเลข |
แกนประมวลผล/ชุดคำสั่งประมวลผล
|
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา
|
Intel® Smart Cache
|
ซิลิคอน
|
เทคโนโลยี Intel® Turbo Boost
|
เทคโนโลยี Intel® Hyper-Threading
|
| i7-950 | (4 แกนประมวลผล)
8 ชุดคำสั่งประมวลผล |
3.06 GHz | 8 MB | 45 นาโนเมตร |
|
|
| i7-940 | (4 แกนประมวลผล)
8 ชุดคำสั่งประมวลผล |
2.93 GHz | 8 MB | 45 นาโนเมตร |
|
|
| i7-920 | (4 แกนประมวลผล)
8 ชุดคำสั่งประมวลผล |
2.66 GHz | 8 MB | 45 นาโนเมตร |
|
|
| i7-870 | (4 แกนประมวลผล)
8 ชุดคำสั่งประมวลผล |
2.93 GHz สูงสุด 3.60 เมื่อใช้ turbo boost | 8 MB | 45 นาโนเมตร |
|
|
| i7-860 | (4 แกนประมวลผล)
8 ชุดคำสั่งประมวลผล |
2.80 GHz สูงสุด 3.46 เมื่อใช้ turbo boost | 8 MB | 45 นาโนเมตร |
|
|
หมายเลขโปรเซสเซอร์ของ Intel ไม่ได้เป็นเครื่องวัดประสิทธิภาพ หมายเลขโปรเซสเซอร์ใช้บ่งบอกถึงข้อแตกต่างทางคุณลักษณะภายในโปรเซสเซอร์ตระกูลเดียวกัน ไม่ใช่ข้ามตระกูลกัน ดูรายละเอียดใน www.intel.com/products/processor_number/
เกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพ
โปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดในโลก◊
ผลการทำงานที่แสดงเป็นประสิทธิภาพในการทำงานของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-920 ใหม่เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ Intel Core™2 quad Q9450
ประสิทธิภาพที่โดดเด่น พร้อมรองรับการประมวลผลที่หนักหน่วง
หากคุณมีปัญหาเรื่องข้อจำกัดในการประมวลผล คุณอาจต้องการโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-920 โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม สามารถรองรับการประมวลผลทางฟิสิกส์ ระบบ AI และด้าน Fluid Dynamics ได้อย่างราบรื่น
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดการกำหนดโครงสร้างทางระบบของ SPEC* CPU2006 Performance
รองรับการทำงานแบบมัลติทาส์กกับ Adobe Premiere Elements* 4 และ ImToo* YouTube* หรือ iPod* Converter
เรียกใช้แอพพลิเคชั่นสองตัวได้พร้อมๆ กัน จากเดิมที่เรียกใช้ได้ทีละตัว Intel® Core™ i7-920 ช่วยให้คุณสามารถประมวลผลชุดข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ทำงานพร้อมกันได้อย่างราบรื่น ผลที่จัดแสดงเป็นเวลาที่ใช้สำหรับแก้ไขวิดีโอความยาว 1 นาทีจากกล้องวิดีโอ HD พร้อม ๆ กับการแปลงข้อมูลวิดีโอแฟลชความยาว 8 นาทีจาก YouTube
สร้างสรรค์ผลงานสไลด์โชว์ที่น่าสนใจ
แบ่งปันความทรงจำกับเพื่อนและครอบครัวในรูปแบบ DVD ผ่านเครื่องพีซีหรือทางเว็บ สร้างสรรค์ผลงานสไลด์ที่สวยงามได้อย่างรวดเร็วด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-920 ใหม่ ผลเหล่านี้ถูกคิดขึ้นเพื่อใช้คำนวณจำนวนภาพที่คุณสามารถจัดเตรียมได้ภายในเวลา 5 นาที
ตัดต่อข้อมูลวิดีโอด้วย Adobe Premiere* Pro CS3
การทำงานร่วมกับข้อมูล HDV 1080p ต้องอาศัย CPU ที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานในการประมวลผลในระดับสูง Intel® Core™ i7-920 ใหม่ช่วยให้คุณสามารถใส่เอฟเฟกต์และเรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย ผลที่ได้ คิดขึ้นเพื่อใช้คำนวณเวลาสำหรับแก้ไขและเรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูงความยาว 5 นาที
สร้างสรรค์ผลงานวิดีโอที่ทันสมัย พร้อมรองรับวิชวลเอฟเฟกต์ได้อย่างราบรื่นไม่มีที่ติ
นักตัดต่อวิดีโออาจต้องเสียเวลาเป็นจำนวนมากกับการใส่ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลงานที่โดดเด่นตามที่ต้องการ Intel® Core™ i7-920 ช่วยให้คุณสามารถข้ามผ่านขั้นตอนที่น่าเบื่อหน่ายเหล่านี้ เพื่อรับชมและนำเสนอผลงานตัวอย่างที่คุณต้องการได้ทันตามกำหนดเวลา ผลที่ได้คิดขึ้นเพื่อใช้คำนวณเวลาสำหรับเข้ารหัสวิดีโอความละเอียดสูงความยาว 30 นาที
คลิกที่นี่ เพื่อดูการกำหนดค่าของระบบ‡
คลิกที่นี่ เพื่อดูข้อมูลเชิงประสิทธิภาพอย่างละเอียด
‡1 ประเมินประสิทธิภาพจากผลการทดสอบกับ Cyberlink PowerDirector 7* โดยเปรียบเทียบระหว่าง Intel® Core™ i7-975 กับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™2 Q9650 ประสิทธิภาพในการทำงานที่แท้จริงอาจแตกต่างไปจากนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก www.intel.com/performance/desktop/extreme/
‡2 ประเมินประสิทธิภาพโดยใช้ iTunes* 7.4.3 ร่วมกับ Virtual Dub* 1.7.2 โดยใช้โคเดค DivX* 6.7 ผลการทดสอบเป็นการเปรียบเทียบระหว่างโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-950 กับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™2 Extreme Q9650 ประสิทธิภาพในการทำงานที่แท้จริงอาจแตกต่างไปจากนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/performance/desktop/extreme/
‡3 การทดสอบ CPU ของ 3DMark* Vantage ใช้เพื่อทดสอบการทำงานแวดล้อมพื้นฐานสองประการของ CPU ได้แก่ การจำลองข้อมูลทางฟิสิกส์และระบบอัจฉริยะจำลอง (AI) ประเมินประสิทธิภาพเทียบเคียงระหว่างโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-950 และโปรเซสเซอร์ Intel® Core™2 Quad Q9650
◊1 เทคโนโลยี Intel® Turbo Boost ต้องใช้ร่วมกับพีซีซึ่งมีโปรเซสเซอร์ที่สามารถรองรับ Intel Turbo Boost ได้ ประสิทธิภาพของ Intel Turbo Boost อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และการปรับตั้งค่าโดยรวมของระบบ โปรดตรวจสอบข้อมูลกับผู้ผลิตพีซีของคุณ ว่าระบบของคุณมาพร้อมกับ Intel Turbo Boost หรือไม่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/technology/turboboost
‡4 ประเมินประสิทธิภาพจากผลการทดสอบ Pov-Ray v3.7 Beta 28* เปรียบเทียบระหว่างโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-950 กับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™2 Q9650 ประสิทธิภาพในการทำงานที่แท้จริงอาจแตกต่างไปจากนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/performance/desktop/
◊2 ³ Intel® Hyper-Threading Technology (Intel® HT Technology) สามารถใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ที่สนับสนุน Intel HT Technology และใช้ชิปเซ็ต BIOS และระบบปฏิบัติการที่รองรับ Intel HT Technology ประสิทธิภาพการทำงานอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมรวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ซึ่งสนับสนุน Intel HT Technology สามารถดูได้จาก www.intel.com/info/hyperthreading
‡5 การทดสอบและการให้คะแนนสำหรับสมรรถนะในการทำงานนั้น สามารถวัดผลได้โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และ/หรือส่วนประกอบต่างๆ ที่เฉพาะเจาะจง และยังสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพโดยประมาณของผลิตภัณฑ์ Intel® ที่ได้รับการทดสอบ ความแตกต่างในรูปแบบหรือการกำหนดค่าของฮาร์ดแวร์หรือซอฟท์แวร์นั้นอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการทำงานที่แท้จริงได้ ผู้ซื้อควรหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อประเมินสมรรถนะการทำงานของระบบหรือส่วนประกอบต่างๆ ที่กำลังตัดสินใจซื้อ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถนะการทำงานของผลิตภัณฑ์ Intel โปรดดู ข้อจำกัดในการทดสอบสมรรถนะการทำงานของ Intel.
‡6 ประสิทธิภาพที่ได้สำหรับการวัดประสิทธิภาพแต่ละประเภทคำนวณจากผลการวัดประสิทธิภาพจริงสำหรับแพลตฟอร์มแรกที่ทดสอบและกำหนดค่าให้เป็น 1.0 เพื่อเป็นค่ามาตรฐาน ประสิทธิภาพที่ได้สำหรับแพลตฟอร์มที่เหลือที่ได้รับการทดสอบคำนวณโดยการแยกผลการวัดประสิทธิภาพจริงที่ได้สำหรับแพลตฟอร์มมาตรฐานออกเป็นผลการทดสอบประสิทธิภาพแต่ละประเภท และกำหนดตัวเลขค่าประสิทธิภาพโดยเทียบกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นที่ได้รับรายงาน
‡7 "โปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดบนพื้นพิภพ" จากคะแนน SPECint_rate_base2006* ความแตกต่างในฮาร์ดแวร์ระบบหรือซอฟท์แวร์หรือการปรับตั้งค่าอาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพได้
‡8 SPECint*_rate_base2006 และ SPECfp*_rate_base2006 เป็นเครื่องมือวัดเชิงปริมาณที่ใช้เพื่อวัดทรูพุทของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหลากหลายประเภท โดยใช้การวัดประสิทธิภาพหลายๆ ชุดพร้อมกัน โดยการวัดประสิทธิภาพแต่ละชุดจะถุกกำหนดให้ตามจำนวนของฮาร์ดแวร์แกนหลักโปรเซสเซอร์ที่ระบบปฏิบัติการมองเห็น SPEC* CPU2006 ทำหน้าที่เปรียบเทียบการคำนวณหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นจริงกับฮาร์ดแวร์ ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยซอร์สโค๊ดการวัดประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้นจากการใช้งานจริงต่างๆ ของผู้ใช้ การวัดประสิทธิภาพเหล่านี้ขึ้นอยู่กับโปรเซสเซอร์, หน่วยความจำและคอมไพเลอร์บนระบบที่ใช้ทดสอบ SPEC, SPECint, SPECfp, SPECrate เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Standard Performance Evaluation Corporation ดูรายละเอียดได้ที่: www.spec.org/spec/trademarks.html.
‡9 ImTOO* YouTube* to iPod* Converter และ Adobe Premiere Elements* 4.0 - แฟ้มอินพุท Premiere Elements เป็นวิดีโอ HD ที่มีความยาว 1 นาที, ~190MB 1440x1080 HD ที่นำเข้าจากกล้องวิดีโอ HD แฟ้มเอาท์พุทเป็นวิดีโอ ~9.7MB 320x240 ในรูปแบบ FLV สำหรับใช้กับ YouTube แฟ้มอินพุท ImTOO ประกอบไปด้วยแฟ้มวิดีโอแปดแฟ้มยาว 5 นาที ~40MB 640x480 FLV โดยคล้ายคลึงกับที่มีให้บน YouTube แฟ้มเอาท์พุทเป็นวิดีโอแปดแฟ้มยาว 5 นาที 320x240 MPEG4 สำหรับพร้อมเล่นบน iPod
‡10 Photodex ProShow Gold* 3.2 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรวมภาพถ่าย, วิดีโอ และเพลิงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสไลด์โชว์ที่น่าประทับใจ งานที่ใช้ทดสอบเป็นการนำภาพถ่าย jpeg ความละเอียดสูง 29 ภาพและแปลงเป็นแฟ้มวิดีโอสไลด์โชว์ mpeg2 คุณภาพระดับ DVD ภาพถ่ายมีความละเอียด 3872x2592 และมีขนาดรวมทั้งหมด 170MB แฟ้มเอาท์พุทสไลด์โชว์มีความยาว 3 นาที 9 วินาที
‡11 Adobe Premiere Pro* CS3 คือเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพพร้อมด้วยคุณลักษณะมากมายเช่นการแก้ไขสีและการสร้างเอฟเฟกต์พิเศษ ในการทดสอบนี้ โปรเจคท์ "F1 Demo 3wayCC.prproj" ประกอบไปด้วยวิดีโอ HDV 1080p25 สองส่วนส่วนละ 30 วินาทีพร้อมด้วย Cross-Dissolve Transition ที่ใช้กับวิดีโอทั้ง 60 วินาที 30 วินาทีแรกมีเอฟเฟกต์ "Three-Way Color Corrector" โดยมีการปรับฉากเงามือ, ไฮไลท์และเพิ่มมิดโทนอย่างเป็นอิสระ นอกเหนือจากนี้ ยังมีการแปลงคลิปอินพุท 25fps ให้เป็น 29.7fps การทดสอบประสิทธิภาพวัดเวลาในการเรนเดอร์สำหรับการพรีวิวแบบปกติของ 7 วินาทีแรก (210 เฟรม) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอ่านสตรีม HDV จากสองแหล่ง, การใส่ Cross-Dissolve, Three-Way Color Corrector แล้วเข้ารหัสเป็นแฟ้ม HDV ที่เก็บไว้โดย Premiere Pro สำหรับการใช้งานภายหลังเมื่อมีการเรียกพรีวิวส่วนที่เรนเดอร์ไว้นี้ การประเมินการเรนเดอร์ของ Adobe Premiere Pro CS3 สำหรับในส่วนของ 7 วินาทีแรกถูกนำมาใช้คำนวณเวลาที่ใช้ในการเรนเดอร์วิดีโอ 2 นาที จากพื้นฐานของการทำงานกับวิดีโอความยาว 7 วินาที
‡12 Adobe After Effects* CS3 คือชุดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างกราฟิกเคลื่อนไหวและเอฟเฟกต์พิเศษสำหรับภาพยนตร์, วิดีโอ, มัลติมีเดียและเว็บ โดยการใช้ Adobe After Effects* 7 การทดสอบนี้เป็นการใช้ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ต่างๆ กับแฟ้มอินพุทประเภทต่างๆ รวมถึงแฟ้ม Adobe Photoshop* PSD, Adobe Illustrator* AI และ EPS, TIF และแฟ้ม Apple* QuickTime* MOV ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ที่ใช้ประกอบด้วย: blur, bulge, color key, frame blending, glow, motion blurring, fading, 2D and 3D manipulation, shadows, echo, median, radial blur, และ invert. หลังจากใช้ฟิลเตอร์แต่ละประเภท แฟ้มจะถูกเรนเดอร์ใหม่เป็นภาพยนตร์ AVI ที่ไม่มีการบีบอัดที่ความละเอียดเดียวกันกับแฟ้มอินพุท
