ตลอดปี พ.ศ. 2552 อินเทลยังคงให้ความสำคัญในกฎของมัวร์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ 32 และ 22 นาโนเมตรที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในอีกขั้นของอินเทล นอกจากนี้ การมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของอินเทลยังช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมการประมวลผลและการสื่อสารเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์โมบายล์และผลิตภัณฑ์ไร้สาย ซึ่งอินเทลได้ผลักดันอย่างมากเพื่อให้ผู้ใช้อุปกรณ์ทุกรูปแบบได้รับประสบการณ์จากการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการประมวลผลสำหรับอุปกรณ์มือถือ โน้ตบุ๊กรุ่นบางเบา จนถึงอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงในรถยนต์ โทรศัพท์ เทคโนโลยีสำหรับสิ่งแวดล้อม รวมถึงแอพพลิเคชั่นเพื่อความก้าวหน้าต่างๆ ของวงการ เรียกได้ว่า ในปีนี้ อินเทลมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และยังประสบความสำเร็จด้านการค้นคว้าวิจัยและด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมออกมาให้เห็นอย่างมากมายและต่อเนื่อง
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทย จำกัด สรุปไฮไลท์เทคโนโลยีและกิจกรรมเด่น จากอินเทลในปี 2552 รวมทั้งแนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคตซึ่ง อินเทลยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องช่วยผลักดันให้วงการอุตสาหกรรมการประมวลผลและการสื่อสารมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์โมบายล์ และผลิตภัณฑ์ไร้สาย
กลุ่มโมบิลิตี้
อินเทล™ คอร์™ ไอเซเว่น โมบายล์ โปรเซสเซอร์
การเปิดตัวอินเทล™ คอร์™ ไอเซเว่น โมบายล์ โปรเซสเซอร์ (Intel Core i7 Mobile Processor) และ อินเทล™ คอร์™ ไอเซเว่น โมบายล์ โปรเซสเซอร์ เอ็กซ์ตรีม เอดิชั่น (Intel Core i7 Mobile Processor Extreme Edition) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าคือโปรเซสเซอร์ที่ดีที่สุดในโลกนั้น เป็นการนำประสิทธิภาพการประมวลผลสูงสุดมาใส่ให้กับอุปกรณ์โมบายล์ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้งานโน้ตบุ๊กได้รับสุดยอดประสบการณ์จากกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นเกมส์ ใช้สื่อดิจิตัล ฟังเพลง รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจ หรือซอฟต์แวร์แบบมัลติเธรด ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
โน้ตบุ๊ก Ultra-thin ที่บางเบาเป็นพิเศษ
อินเทลได้มีการเปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่พร้อมกัน 4 รุ่น ซึ่งรวมถึงรุ่นที่กินไฟต่ำเป็นพิเศษ และชิปเซ็ตราคาประหยัดสำหรับผู้ใช้โน้ตบุ๊กที่บางเบาเป็นพิเศษสำหรับตลาดผู้ใช้ทั่วไป โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ คือ อินเทล™ อัลตรา-โลว์ โวลเทจ (Intel® ultra-low voltage หรือ ULV) ช่วยให้ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กสามารถดีไซน์เครื่องให้มีขนาดบางกว่าปรกติได้มากขึ้น เช่น ขนาดบางกว่า 1 นิ้ว และเบาเป็นพิเศษเพียง 1-2.5 กิโลกรัม ในราคาระดับปานกลาง โปรเซสเซอร์กลุ่มนี้ยังมีคุณสมบัติเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ กินไฟต่ำเป็นพิเศษ ทำให้สามารถใช้แบตเตอรี่ได้นานขึ้น และใช้งานโน้ตบุ๊กได้อย่างเต็มที่
อุปกรณ์โมบายล์อินเทอร์เน็ต (Mobile Internet Devices หรือ MIDs)
อินเทลได้ร่วมกับบริษัทโนเวลล์ ประกาศถึงความพยายามร่วมกันเพื่อผลักดันให้บริษัทผู้ออกแบบและบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ นำแพลตฟอร์ม “โมบลิน” (Moblin) ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์ลีนุกซ์ มาใช้กับอุปกรณ์โมบายล์ต่างๆ รวมถึงเน็ตบุ๊กที่ใช้ อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ เพื่อให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน อินเทลและแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ยังได้ร่วมกันประกาศถึงความร่วมมือในการพัฒนาอุปกรณ์ MID ที่จะใช้แพลตฟอร์ม “มัวร์สทาวน์” (Moorestown) รุ่นถัดไปของอินเทล และแพลตฟอร์มโมบลิน เวอร์ชั่น 2.0 ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์ของลีนุกซ์อีกด้วย คาดว่าอุปกรณ์ชิ้นใหม่จากแอลจีนี้จะเป็นดีไซน์ของมัวร์สทาวน์รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในตลาด ส่วนแพลตฟอร์มของอะตอมในรุ่นถัดไปในชื่อรหัส “ไพน์เทรล” (Pinetrail) ซึ่งใช้กับเน็ตบุ๊กและเดสก์ท้อปสำหรับผู้ใช้ในระดับเริ่มต้น จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีต้นทุนของแพลตฟอร์มโดยรวมลดลง
การเปิดตัว NAND รุ่นใหม่
อินเทลมุ่งพัฒนา SSD ที่ใช้ NAND แฟลชเมมโมรี่ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเป็นการผลิตด้วยเทคโนโลยี 34 นาโนเมตร ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากฮาร์ดไดรฟ์ โดยจะมีจุดเด่นคือ ประสิทธิภาพที่เยี่ยมยอดและเสถียรภาพของผลิตภัณฑ์ การพัฒนาเข้าสู่เทคโนโลยีการผลิตแบบ 34 นาโนเมตร จะช่วยลดต้นทุนของ SSD ลงได้ถึงร้อยละ 60 สำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊ก และผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ซื้อ SSD เพื่อลดขนาดของดาย (Die) และเพื่อการออกแบบทางวิศวกรรมที่ทันสมัย
เซิร์ฟเวอร์
นวัตกรรมโปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์
อินเทลได้เปิดตัวโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่สำหรับองค์กรถึง 17 รุ่นด้วยกัน ซึ่งรวมถึงอินเทล™ ซีออน™ โปรเซสเซอร์ ซีรี่ส์ 5500 ซึ่งเป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุดของอินเทล นับตั้งแต่อินเทลเริ่มเจาะตลาดองค์กรด้วยการเปิดตัว อินเทล™ เพนเทียม™ โปร โปรเซสเซอร์เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้สามารถปรับระดับการใช้พลังงานได้โดยอัตโนมัติตามระดับการใช้งานจริง ความเร็วของการรับและส่งข้อมูลจากดาต้าเซ็นเตอร์ และศูนย์รวมฐานข้อมูลลูกค้า นอกจากนี้ ยังจะมีบทบาทสำคัญในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย
ขุมพลังสำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์
จากผลการสำรวจ TOP 500 พบว่า ร้อยละ 80 ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลกเป็นเครื่องที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทล สำหรับกลุ่มที่ใช้เครื่องที่ต้องการระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงมาก (High Performance Computing หรือ HPC) คือกลุ่มที่มองหาอินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ซีรี่ส์ 5500 เพื่อการประมวลผลโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มประสิทธิภาพสูงที่จำเป็นอย่างมากต่อการทำวิจัยต่างๆ นับตั้งแต่ด้านการพัฒนาเพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยในการสำรวจอวกาศ ไปจนถึงการวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในลักษณะต่างๆ กัน
คอมพิวเตอร์เดสก์ท้อป
การเปิดตัว อินเทล™ คอร์™ ไอเซเว่น โปรเซสเซอร์ และอินเทล™ คอร์™ ไอไฟว์ โปรเซสเซอร์
อินเทลนำสถาปัตยกรรมเนฮาเล็มรุ่นล่าสุดลงสู่ตลาดคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อประดับเมนสตรีมและตลาดเซิร์ฟเวอร์ระดับพื้นฐาน ด้วยการเปิดตัวอินเทล™ คอร์™ ไอไฟว์ โปรเซสเซอร์รุ่นแรก อินเทล™ คอร์™ ไอเซเว่น โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่สองรุ่น และอินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ซีรี่ส์ 3400 ในคราวเดียวกัน โดยโปรเซสเซอร์ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นรุ่นที่ปราศจากการใช้สารตะกั่วและฮาโลเจนในการผลิต และเป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติเด่น คือ อินเทล™ เทอร์โบ บูสต์
ไวแมกซ์
สมาพันธ์ด้านการจดสิทธิบัตร (Open Patent Alliance หรือ OPA)
เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก จึงเกิดการรวมตัวของสมาชิกในกลุ่มสมาพันธ์ด้านการจดสิทธิบัตร เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนำไวแมกซ์มาใช้ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ เอเซอร์และบริษัทอื่นๆ ซึ่งได้แก่ อัลคาเทล-ลูเซนท์ อัลวาเรียน ซิสโก้ เคลียร์ไวร์ หัวเหว่ย เทคโนโลยีส์ และซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ได้ร่วมมือกันผลักดันความพร้อมของวงการอุตสาหกรรมโดยมุ่งเน้นการนำเสนออุปกรณ์และค่าบริการที่หลากหลายและเหมาะสมสำหรับผู้ใช้ทั่วโลกสำหรับใช้ร่วมกับเทคโนโลยีไวแมกซ์ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับอุตสาหกรรมในวงกว้าง
ความก้าวหน้าด้านการผลิต
การสานต่อโมเดล Tick-Tock
โมเดล Tick-Tock ของอินเทลยังคงดำเนินสืบต่อไป จากการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์ขนาด 32 นาโนเมตร รุ่นแรกของโลกโดยใช้ชื่อรหัสว่า “เวสท์เมียร์” (Westmere) ในไตรมาสสี่ของปี พ.ศ. 2552 ซึ่งตรงตามแผนการพัฒนาเทคโนโลยีที่วางไว้ นอกจากนี้ อินเทลยังได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบบ 22 นาโนเมตรที่มีชื่อรหัสว่า “แซนดี้บริดจ์” (Sandy Bridge) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะปูทางไปสู่การผลิตโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานและมีคุณสมบัติโดดเด่นมากขึ้นไปอีก
โรงงานผลิตที่ทันสมัย
พอล โอเทลลินี ประธานและซีอีโอของอินเทล ได้ประกาศว่าอินเทลจะทุ่มงบลงทุนกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างโรงงานผลิตที่ทันสมัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในอีก 2 ปีข้างหน้า การลงทุนครั้งนี้เป็นการสนับสนุนแผนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแบบ 32 นาโนเมตร ที่ทันสมัยของอินเทล รวมถึงโรงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันที่มลรัฐออริกอน แอริโซนา และนิวเม็กซิโก
กลุ่ม embedded และคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์
การควบรวมกิจการของบริษัท วิน ริเวอร์
หนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจของอินเทลคือ ขยายการใช้งานโปรเซสเซอร์และซอฟต์แวร์ของอินเทลให้ครอบคลุมตลาดส่วนอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากตลาดคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ นั่นคือ ขยายเข้าสู่ตลาดอุปกรณ์แบบ embedded และอุปกรณ์พกพาต่างๆ ดังนั้นในปีนี้ อินเทลจึงได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทวินด์ ริเวอร์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตซอฟต์แวร์และอุปกรณ์แบบ embedded
อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ สำหรับอุปกรณ์แบบ embedded
อินเทลเปิดตัวโปรเซสเซอร์เวอร์ชั่นใหม่พร้อมกันทั้ง 4 เวอร์ชั่น รวมทั้งการเปิดตัว ซิสเต็ม คอนโทรลเลอร์ ฮับ 2 รุ่น เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มธุรกิจ embedded ของอินเทล ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่นี้คือ อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ ซีรี่ส์ Z5XX ที่มีตัวเลือก industrial-temperature และยังเพิ่มตัวเลือกในด้านขนาดของผลิตภัณฑ์เพื่อให้เหมาะสมกับอุปกรณ์อินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ โทรศัพท์มีเดียโฟน เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอีกด้วย
อินเทล กับ ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์และโทรทัศน์
อินเทลได้เปิดตัว อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ CE 4100 ซึ่งเป็นระบบ ซิสเต็ม ออน ชิป (System-on-Chip หรือ SoC) ใหม่ล่าสุดในตระกูลของมีเดียโปรเซสเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคอนเทนท์ที่ดึงจากอินเทอร์เน็ตมาใช้โทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี รวมทั้งเซ็ทท็อปบ็อกซ์ โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้เป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นแรก โดยใช้การเทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร และมีคุณสมบัติพิเศษด้านต่างๆ เพื่อรองรับการทำงานอินเทอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่นการกระจายเสียงไว้ในชิปเพียงตัวเดียว โปรเซสเซอร์รุ่นนี้ยังมีประสิทธิภาพในการประมวลผล และองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำให้ภาพและเสียงคมชัด และรองรับแอพพลิเคชั่นด้านมีเดียต่างๆ เช่น ภาพ 3 มิติ ได้อีกด้วย
กิจกรรมเพื่อสังคม และกิจกรรมการตลาด
ความคืบหน้าของโครงการ อินเทล™ ทีช
จนถึงปัจจุบัน มีครูเป็นจำนวนกว่า 6 ล้านคนทั่วโลกแล้วที่เข้าร่วมและได้รับการอบรมจากโครงการ อินเทล ทีช ขณะเดียวกัน มูลนิธิอินเทล ยังได้จัดสรรเงินมูลค่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นการจัดสรรงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดของอินเทล เพื่อทุ่มเทให้กับการพัฒนาการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
การประหยัดพลังงาน
อินเทลได้ดำเนินการลงทุนด้วยจำนวนเงินมูลค่ากว่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐ ในโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาตั้งแต่ปี 2001 ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ และลดการใช้พลังงานลงได้มากกว่า 500 ล้านกิโลวัตต์
ความมุ่งมั่นในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
อินเทล แคปิตอล ซึ่งเป็นองค์กรที่อินเทลจัดตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในโครงการต่างๆ ทั่วโลก ยังคงมุ่งมั่นให้การสนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลัอม โดยในปีนี้ อินเทลประกาศการลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวน 5 โครงการ ซึ่งรวมเป็นเงินลงทุนมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น การลงทุนเป็นครั้งแรกในโครงการ CPower การลงทุนในระยะที่ต่อเนื่องของบริษัท Powervation, Convey Computer, Grid Net และ iControl
ผู้สร้างสรรค์อนาคต
ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อินเทลได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี ภายใต้ชื่อแคมเปญ “ผู้สร้างสรรค์อนาคต” (Sponsors of Tomorrow) เพื่อสื่อให้ผู้บริโภคตระหนักว่า ความทันสมัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิตัลนี้ เป็นผลมาจากนวัตกรรมซิลิกอน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโปรเซสเซอร์ และนวัตกรรมซิลิกอนส่วนใหญ่ก็มาจากอินเทลนั่นเอง
ภายในแคมเปญการตลาดระดับโลกนี้ อินเทล ประเทศไทย ได้จัดแคมเปญการตลาดสำหรับคนไทยขึ้น โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า ‘Innovator of Thailand’ พร้อมเชิญชวนให้ผู้สนใจทั่วไปได้เข้าร่วมประกวดความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการสเก็ตช์ภาพนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองคิดว่าจะช่วยทำให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีการส่งภาพนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก
-- --
Intel, Intel Core, Intel Atom, Intel Teach, Intel Capital and the Intel logo are trademarks of Intel Corporation in the United States and other countries.
*Other names and brands may be claimed as the property of others.