อินเทลพิสูจน์กฎของมัวร์อีกครั้งด้วยความล้ำหน้าของทรานซิสเตอร์พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลให้สูงขึ้น

อินเทลพิสูจน์กฎของมัวร์อีกครั้งด้วยความล้ำหน้าของทรานซิสเตอร์พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลให้สูงขึ้น ชิปรุ่นใหม่ทั้ง 16 รุ่น ทำงานได้เร็วขึ้น เย็นลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร ซึ่งใช้ทรานซิสเตอร์ ไฮ-เค เมทัลเกตที่ใช้ Hafnium

กรุงเทพฯ, 14 พฤศจิกายน 2550 -- บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์และพีซีระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่จำนวน 16 รุ่น ที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้สูตรทรานซิสเตอร์แบบใหม่ที่ลดอัตราการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับคอมพิวเตอร์ในอนาคต โปรเซสเซอร์เหล่านี้นอกจากจะช่วยให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและใช้พลังงานได้ประหยัดกว่าเดิมแล้ว ยังเลิกใช้ตะกั่วที่เป็นพิษ ต่อสภาพแวดล้อม และในปี 2551 ก็จะยกเลิกการใช้วัสดุที่เป็นฮาโลเจนอีกด้วย

มร.กอร์ดอน มัวร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอินเทลกล่าวว่า นวัตกรรมครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าด้านทรานซิสเตอร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งในรอบ 40 ปี เนื่องจากโปรเซสเซอร์เหล่านี้เป็นโปรเซสเซอร์รุ่นแรกของอินเทลที่มีทรานซิสเตอร์สูตรไฮ-เค เมทัลเกต ที่ใช้ธาตุ hafnium นอกจากนี้ อินเทล คอร์2 เอ็กซ์ตรีม โปรเซสเซอร์ และ อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่นี้นี้ยังจัดเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นแรกที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ 45 นาโนเมตรของอินเทล ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นและลดอัตราการใช้พลังงานลง

 

ความก้าวหน้าทั้งสองเรื่องบวกกับคุณสมบัติต่างๆ ที่อยู่ในโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่เหล่านี้ช่วยให้อินเทลสามารถนำเสนอโปรเซสเซอร์ที่มีความเร็วสูงขึ้นและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมได้ต่อไป การค้นพบครั้งสำคัญดังกล่าวช่วยให้อินเทลสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านั้น จึงทำให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่า และยังทำให้สามารถพัฒนา “system on chip” เพื่อนำไปใช้กับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็กเป็นพิเศษ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในปีหน้าได้

พอล โอเทลลินิ ประธานและซีอีโอของอินเทลกล่าวว่า "เราได้ทุ่มเทแรงกายและความรู้ความสามารถ ในการออกแบบร่วมกันจนสามารถแก้ปัญหาที่ยุ่งยากมากที่สุดในอุตสาหกรรมไอทีได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชมเชย ผมขอแสดงความยินดีกับทีมงานของอินเทลต่อความสำเร็จในครั้งนี้ ผลงานในครั้งนี้เมื่อผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมที่นำหน้าในอุตสาหกรรมของเราแล้ว นั่นหมายถึงว่า เรามีคอมพิวเตอร์ที่เล็กลง ทำงานได้เร็วขึ้น ใช้แบตเตอรีได้นานขึ้น และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
เป้าหมายของเราก็คือการช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภายใต้รูปทรงที่เล็กลงและพกพาสะดวกมากขึ้น"

ขั้นตอนการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร (หนึ่งนาโนเมตรเท่ากับหนึ่งในพันล้านของหนึ่งเมตร) ช่วยให้ความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนหน้านี้ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตแบบ 65 นาโนเมตรของอินเทล ดังนั้นโปรเซสเซอร์แบบคว๊อดคอร์ซึ่งใช้สูตรการผลิตแบบใหม่จะมีทรานซิสเตอร์สูงขึ้นได้จนถึง 820 ล้านชิ้น



โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่สำหรับเดสก์ท้อประดับไฮเอนด์

อินเทล คอร์ 2 เอ็กซ์ตรีม QX9650 โปรเซสเซอร์แบบคว๊อดคอร์ ซึ่งเป็นเดสก์ท้อปโปรเซสเซอร์แบบ Hi-k ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก สามารถสนองตอบต่อความต้องการของนักเล่นเกมและผู้ที่เน้นการใช้สื่อมีเดียประเภทต่างๆ ได้ดีขึ้นกว่าเดิม การปรับปรุงต่างๆ อาทิเช่น แคช L2 ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นบวกกับการทำงานกับชุดคำสั่ง Intel® SSE4 รุ่นใหม่ จะช่วยให้พีซีมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึงจนถึงระดับ “ขีดสุด” ได้อย่างแท้จริง

ดร. ดักลาส บิงส์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัท Crytek กล่าวว่า "เป้าหมายอย่างหนึ่งของเราก็คือการทำให้เกม Crysis มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะทำให้การเล่นเกมบนฮาร์ดแวร์ใหม่สะใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม อินเทล คอร์ 2 เอ็กซ์ตรีม โปรเซสเซอร์ แบบ 45 นาโนเมตร ซึ่งใช้ Hi-k รุ่นใหม่ช่วยให้เราใช้เทคโนโลยีแบบมัลติคอร์เพื่อแยกภาพพื้นผิว เทคนิคพิเศษของวัตถุต่างๆ และเสียงไปอยู่ในคอร์อื่นๆ ที่แยกจากกันได้ ซึ่งช่วยให้ประสบการณ์การเล่นเกม Crysis ทำได้น่าทึ่งกว่าเดิม"

 

โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่จากอินเทลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ประกอบด้วย อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ที่ใช้
Hi-k และผลิตด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตร โดยมีทั้งแบบดูอัลคอร์และคว๊อดคอร์ให้เลือกทั้งหมด 15 รุ่น สำหรับคว๊อดคอร์โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ซึ่งมีให้เลือก 12 รุ่น มีความเร็วให้เลือกตั้งแต่ 2 GHz จนถึง 3.20 GHz มีฟรอนท์ไซด์บัส (FSB) ความเร็วจนถึง 1600 MHz และแคชที่มีขนาดใหญ่จนถึง 12 MB ส่วนชิปดูอัลคอร์ซึ่งมีสามรุ่นนั้น มีรุ่นความเร็วสูงสุดถึง 3.40 GHz มี FSB ความเร็วสุดถึง 1600 MHz และแคชขนาดใหญ่สุดถึง 6 MB

อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ที่ใช้ Hi-k และผลิดด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตร สามารถทำงานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้แพลตฟอร์มซึ่งประกอบด้วยชิปเซ็ตในตระกูล Intel® 5000 ได้ นอกจากนั้นอินเทลยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มโซลูชั่นอีกสามรุ่น เพื่อรองรับการทำงานของโปรเซสเซอร์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตรโดยตรง ซึ่งประกอบด้วย:

• แพลตฟอร์มชิปเซ็ต Intel? 5400 (ชื่อรหัส Stoakley) ซึ่งเหมาะกับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการ แบนด์วิธสูงๆ อาทิเช่น ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (high performance computing -HPC) เป็นต้น
• ชิปเซ็ต Intel 5100 Memory Controller และคอนโทรลเลอร์ Intel ICH-9R I/O (ชื่อรหัส Cranberry Lake) จัดเป็นโซลูชั่นที่คุ้มค่าซึ่งใช้ได้กับโปรเซสเซอร์หนึ่งหรือสองตัว อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานเนื่องจากมีเมมโมรี่ DDR2 ในตัวอีกด้วย
• แพลตฟอร์มที่ใช้ชิปเซ็ต Intel 3200 (ชื่อรหัส Garlow) ถูกออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์ระดับเริ่มต้นใช้งานที่มีโปรเซสเซอร์หนึ่งตัวโดยเฉพาะ

โปรเซสเซอร์แบบคว๊อดคอร์ที่ใช้วัสดุ Hi-k และผลิตด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตร ในตระกูลอินเทล ซีออน 5400 มีประสิทธิภาพที่ทำลายสถิติโลกครั้งใหม่** จากการทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรม
โดยที่เซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant DL380 G5 ทำลายสถิติผลการทดสอบ TCP-C* โดยได้คะแนน 273,666 tpmC และผลการทดสอบ SAP-SD* โดยได้คะแนน 2449 SD-Users ในขณะที่เซิร์ฟเวอร์
Dell PowerEdge* 2950 ที่ติดตั้งโปรแกรม BEA JRockit* JVM ให้ผลลัพธ์การทดสอบ SPECjbb*2005 ทำลายสถิติที่ 303130** BOPS นอกจากนั้นเซิร์ฟเวอร์ของ Dell ยังสร้างสถิติเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นขึ้นมาใหม่จากการทดสอบ VMmark ที่ทำงาน บน VMWare ESX Server โดยได้คะแนน 8.47 ที่ 6 ชั้น ส่วนเซิร์ฟเวอร์ PRIMERGY RX300 S4 ของ Fujitsu-Siemens ยังสร้างสถิติใหม่จากการทดสอบ SPECint*_rate 2006 โดยได้คะแนน 138 อีกด้วย

นอกจากนั้น แพลตฟอร์มที่ใช้ชิปเซ็ตตระกูล 5400 ที่มีฟรอนท์ไซด์บัสความเร็ว 1600 MHz ยังสร้างสถิติใหม่ของโลก** เกี่ยวกับการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและการวัดประสิทธิภาพซึ่งเน้นไปที่แบนด์วิธเป็นหลัก อาทิเช่น การทดสอบ SPECfp*_rate2006 ซึ่งใช้วัดประสิทธิภาพการคำนวณ เชิงทศนิยมโดยเฉพาะ ส่วนการทดสอบ HPC ประเภทอื่นๆ ก็สร้างสถิติใหม่ของโลกเช่นกัน อาทิ
Fluent*, LS-Dyna*, SPECOMP2001* และ Abaqus* เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และการทดสอบเหล่านี้ รวมทั้งการทดสอบประสิทธิภาพอื่นๆ ได้ที่ http://www.intel.com/performance/server/xeon/summary.htm

อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ที่ใช้ Hi-k และผลิดด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตรของอินเทล ยังได้ยกระดับความเป็นผู้นำเรื่องประสิทธิภาพต่อวัตต์ โดยมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 1 เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ Quad-Core Xeon 5300 Series รุ่นก่อนหน้านี้ด้วย

การเปลี่ยนขั้นตอนการผลิตจาก 65 นาโนเมตร ไปเป็น 45 นาโนเมตร ไม่ใช่แค่การลดขนาดชิปที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น เนื่องจากโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มเติมอีก อาทิเช่น Intel® Streaming SIMD Extensions 4 (SSE4) ที่มีคำสั่งใหม่ 47 คำสั่ง ซึ่งทำให้งานต่างๆ รวดเร็วขึ้น
เช่น การเข้ารหัสวิดีโอเพื่อแสดงผลภาพความละเอียดสูง และการตกแต่งภาพต่างๆ รวมทั้งการประมวลผลแอพพลิเคชั่นสำหรับคอมพิวเตอร์ระดับ HPC และระดับเอ็นเตอร์ไพรซ์ เป็นต้น โดยมีผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการใช้ชุดคำสั่ง SSE4 ได้แก่ Adobe*, Microsoft* และ Symantec*
เป็นต้น

คุณสมบัติอื่นๆ ที่ช่วยให้โปรเซสเซอร์มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นประกอบด้วย
เทคโนโลยี Intel® Virtualization Technology ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น: เวลา virtual machine transition (เข้า/ออก) ดีขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 25 ถึง 75 ผ่านการทำงานของฮาร์ดแวร์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขซอฟต์แวร์แต่อย่างใด

แบ่งตัวเลขได้เร็วขึ้น: การแบ่งตัวเลขที่รวดเร็วขึ้นช่วยให้การคำนวณที่ใช้ในแอพพลิเคชั่นเกือบทุกชนิดมีความเร็วเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสองเท่า ผ่านเทคนิคที่เรียกว่า Radix 16 ความสามารถในการแบ่งคำสั่งที่เร็วขึ้น ช่วยให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

Super Shuffle Engine รูปแบบเฉพาะตัว: การมี shuffle unit แบบ 128 บิตที่กว้างขึ้น ช่วยให้คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ SSE ที่ต้องสลับการทำงานไปมามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างมาก คุณสมบัติข้อนี้ช่วยให้การสร้างเนื้อหาคอนเท้นท์ อิมเมจ วิดีโอ และการประมวลผลประสิทธิภาพสูงทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ราคาจำหน่ายของ อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ ที่ใช้ Hi-k และผลิตด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตร ขึ้นอยู่กับโมเดลรุ่น ความเร็ว คุณสมบัติ และปริมาณการสั่งซื้อ โดยมีราคาต่อหน่วยอยู่ในช่วง 177 ถึง 1,279 เหรียญสหรัฐสำหรับการสั่งซื้อในปริมาณ 1,000 ชุด สำหรับ อินเทล คอร์ 2 เอ็กซ์ตรีม QX9650 โปรเซสเซอร์แบบคว๊อดคอร์ ที่ใช้ Hi-k และผลิตด้วยเทคโนโลยี 45 นาโนเมตร จำหน่ายในราคา 999 เหรียญสหรัฐต่อหน่วยเมื่อซื้อ 1,000 ชุดขึ้นไป โดยบางโมเดลของโปรเซสเซอร์เหล่านี้เริ่มมีวางจำหน่ายแล้ว ในขณะที่บางโมเดลจะเริ่มจำหน่ายภายใน 45 วัน ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.intel.com/pressroom/kits/45nm

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมซิลิกอน อินเทลได้พัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และริเริ่ม สิ่งต่างๆ เพื่อสร้างความก้าวหน้าในการทำงานและการดำรงชีวิตของผู้คน ผู้สนใจสามารถค้นหา
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทอินเทล ได้ที่เว็บไซต์ http://www.intel.com/pressroom

Intel, Intel Core, Centrino, Viiv และ Intel logo เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ อินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ขอสงวนสิทธิ์
* ชื่อและยี่ห้ออื่นอาจถูกอ้างอิงถึงโดยถือเป็นทรัพย์สินของชื่อยี่ห้อนั้นๆ

**ตัวเลขสถิติโลกและตัวเลขอื่นๆที่อ้างถึงมาจากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม DP Server ที่ใช้โครงสร้าง x86 ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/performance/server/xeon/summary.htm อินเทลไม่ได้เป็นผู้ควบคุมหรือตรวจสอบการออกแบบหรือการทดสอบของบุคคลที่สามหรือเว็บไซต์ใดๆ ที่อ้างอิงในเอกสารนี้
อินเทลขอแนะนำให้ลูกค้าทุกคนเข้าไปยังเว็บไซต์ที่อ้างถึงหรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีผลการทดสอบในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อยืนยันความถูกต้องของผลการทดสอบว่าสอดคล้องกับประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ที่มีวางจำหน่ายหรือไม่

1ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดีขึ้นร้อยละ 38 อิงกับการทดสอบ SPECjbb*2005 ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/performance/server/xeon/summary.htm

This press release contains forward-looking statements that involve a number of risks and uncertainties that could affect the successful introduction of the products discussed above, and a detailed discussion of these risk factors is included in Intel’s SEC filings, including the report on Form 10-Q for the quarter ended September 29, 2007, which can be found at intc.com.

    กลับสู่ด้านบน