อินเทลเปิดประสบการณ์ใหม่รองรับอุปกรณ์โมบายล์เต็มรูปแบบ

สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และ อัลตร้าบุ๊ก คอนเวอร์ทิเบิล

ประเด็นข่าว

  • เสนอแพลตฟอร์มใหม่ของ อินเทล® อะตอม โปรเซสเซอร์ สำหรับเจาะตลาด สมาร์ทโฟน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ค้าอย่าง เอเซอร์* ลาวา อินเตอร์เนชันแนล* และซาฟารีคอม* รวมทั้งแพลตฟอร์มใหม่ที่จะนำเสนอในอนาคตอย่าง “โคลเวอร์ เทรล+” (Clover Trail+) สำหรับตลาดอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและตลาดเมนสตรีม
  • เสนอ แท็บเล็ต ที่ใช้แพลตฟอร์มอินเทลและ วินโดว์ส* 8 ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าทั่วไปและบนโลกออนไลน์ โดย แท็บเล็ต ที่ใช้ ควอดคอร์ อะตอม เอสโอซี Atom SoC ขนาด 22 นาโนเมตร รุ่นแรกคาดว่าจะให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงกว่าแพลตฟอร์มที่ใช้ อะตอม โปรเซสเซอร์ Z2760 ถึงสองเท่า และจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้
  • เปิดตัว อินเทล® คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นที่ใช้พลังงานลดลงเหลือเพียง 7 วัตต์ ทำให้เราได้ อัลตร้าบุ๊ก คอนเวอร์ทิเบิล อุปกรณ์โมบายล์แยกชิ้น และ แท็บเล็ต แบบหน้าจอสัมผัส ที่บางลงและเบาขึ้นกว่าเดิม
  • โปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล® คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 (ชื่อรหัสเดิมคือ “แฮสเวลล์”) จะรองรับการทำงานของ อัลตร้าบุ๊ก คอนเวอร์ทิเบิล อุปกรณ์โมบายล์แยกชิ้น และ แท็บเล็ต หลากชนิด ที่รองรับการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ทั้งวัน จึงยืดอายุการใช้แบตเตอรี่แบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่รุ่นก่อนหน้านี้ 3

อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ , ลาสเวกัส, 8 มกราคม 2556 – ในวันนี้ ผู้บริหารของ อินเทล คอร์เปอเรชั่น ได้เปิดเผยแผนงานที่ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์โมบายล์ให้เร็วขึ้นในวงกว้าง ซึ่งครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตของบริษัทฯ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และ อัลตร้าบุ๊ก เป็นต้น

ไมค์ เบล รองประธานและผู้จัดการทั่วไปแผนกโมบายล์แอนด์คอมมูนิเคชั่น กรุ๊ป และ เคิร์ก สกาวเกน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของแผนกพีซี ไคลเอนด์ กรุ๊ป ของ อินเทล กล่าวว่า การเปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วยแพลตฟอร์มใหม่ของสำหรับตลาด สมาร์ทโฟน ที่กำลังเติบโต รายละเอียดของคว๊อดคอร์ เอสโอซี แบบ 22 นาโนเมตร ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ สำหรับ แท็บเล็ต และอัลตร้าบุ๊กจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและใช้งานได้ง่ายขึ้น ภายใต้ดีไซน์ คอนเวอร์ทิเบิล ที่ทันสมัยและน่าใช้มากยิ่งขึ้น

“คุณจะพบกับความโดดเด่นต่างๆ จาก อินเทล ในอุปกรณ์โมบายล์ตามร้านใกล้บ้านคุณ โดยเราตั้งเป้าในการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่อย่างก้าวกระโดดที่สุดในประวัติศาสตร์ของ อินเทล โดยใช้ อินเทล® คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 พร้อมด้วยการเพิ่มอินเตอร์เฟซรุ่นใหม่หลากหลายชนิดในอุปกรณ์ประมวลผล ผ่านการสัมผัส เสียง ระบบจำแนกใบหน้า และการปฏิสัมพันธ์กับท่าทางอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใน อะตอม โปรเซสเซอร์ อีกด้วย เพราะเราต้องการเพิ่มความหลากหลายให้กับอุปกรณ์โมบายล์ในปี 2556 นี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” สกาวเกนกล่าว”

อินเทล เปิดเผยความก้าวหน้าเป็นครั้งแรกเมื่อหนึ่งปีก่อนในงาน ซีอีเอส โดยทางบริษัทได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม อะตอม โปรเซสเซอร์ (ชื่อเดิมคือ “เล็กซิงตัน”) และดีไซน์ต้นแบบ สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ที่เน้นตลาด สมาร์ทโฟน ราคาประหยัดเป็นหลัก แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าตลาดในเซ็กเมนท์นี้จะมีจำนวนสูงถึง 500 ล้านเครื่องภายในปี 2558 นี้ โดยมีบริษัทที่ออกมาประกาศสนับสนุนแพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วย เอเซอร์* ลาวา อินเตอร์เนชันแนล* และ ซาฟารีคอม*

แพลตฟอร์มใหม่นี้มีจุดเด่นของผลิตภัณฑ์รุ่นคลาสสิกของ อินเทล มาใช้กับตลาด สมาร์ทโฟน ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งประกอบด้วยประสิทธิภาพระดับสูงเพื่อรองรับการท่องเว็บอย่างรวดเร็ว การใช้มัลติมีเดียชั้นยอด และการใช้แอพลิเคชั่นแอนดรอยด์ต่างๆ

"นอกเหนือจากแพลตฟอร์มอะตอมที่ใช้พลังงานลดลง ซึ่งช่วยให้ อินเทล สามารถสนองตอบต่อความต้องการของตลาดกลุ่มใหม่ๆ ได้แล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังรองรับการขยายขอบเขตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราให้ครอบคลุมกลุ่ม สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ๆ อีกด้วย” เบลล์กล่าว “เราเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่มาพร้อมกับ อินเทล อินไซด์จะกลายเป็นตัวเลือกแรกของผู้ใช้อุปกรณ์โมบายล์เป็นครั้งแรกในตลาดที่กำลังเติบโต รวมทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมของเราที่ต้องการใช้อุปกรณ์ราคาประหยัด โดยยังคงประสิทธิภาพและรูปแบบการใช้งานที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม"

คุณค่าใหม่ๆ ของแพลตฟอร์มนี้ ประกอบด้วยคุณสมบัติระดับไฮเอนด์หลายชนิด เช่น อินเทลอะตอม โปรเซสเซอร์ Z2420 ที่มีเทคโนโลยี อินเทล ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง ความเร็วสูงถึง 1.2 GHz ฮาร์ดแวร์การเข้าและถอดรหัสระบบแสดงผล 1080p รวมทั้งรองรับการทำงานของกล้องสองตัวที่มีคุณสมบัติการถ่ายภาพชั้นสูงในตัว พร้อมด้วย burst mode ที่ช่วยให้ผู้ใช้อุปกรณ์สามารถถ่ายรูปต่อเนื่องได้ถึง 7 รูปในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีและได้รูปภาพที่มีความละเอียดถึง 5 เมกะพิกเซล นอกจากนั้น แพลตฟอร์มดังกล่าวยังมีโมเด็ม Intel® XMM 6265 HSPA+ ที่รองรับคุณสมบัติซิมคู่/ดูอัล สแตนบาย สำหรับผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าของอุปกรณ์เป็นหลักอีกด้วย

นอกจากนั้น เบลล์ยังพูดถึงแพลตฟอร์ม อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z2580 (ชื่อหรัสเดิมคือ “โคลเวอร์เทรล+”) ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โดยตั้งเป้าหมายที่ตลาด สมาร์ทโฟน ประสิทธิภาพสูงและ เมนสตรีมเป็นหลัก แพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วย อะตอม โปรเซสเซอร์ แบบดูอัลคอร์ ที่มีเทคโนโลยี อินเทล ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง พร้อมด้วยคุณสมบัติกราฟิกแบบดูอัลคอร์อีกด้วย แพลตฟอร์มใหม่นี้จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชั่นรุ่นปัจจุบัน (แพลตฟอร์ม อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z2460) ถึงสองเท่า แต่ใช้พลังงานประหยัดกว่าและช่วยยืดอายุแบตเตอรี่อีกด้วย

แท็บเล็ต รุ่นต่อไปในอนาคตที่ใช้อินเทล® อะตอม โปรเซสเซอร์ แบบคว๊อดคอร์

เบลล์ยืนยันว่าอุปกรณ์ แท็บเล็ต และ แท็บเล็ต คอนเวอร์ทิเบิล ที่ใช้เทคโนโลยีของอินเทลจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวย้ำว่าในตอนนี้มี แท็บเล็ต หลากดีไซน์ที่ใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z2760 พร้อมวินโดวส์* 8 วางจำหน่ายในร้านค้าทั่วไปและบนโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากจากผู้ผลิตรายต่างๆ เช่น เอเซอร์* เอซุส* เดลล์* ฟูจิตซึ* เอชพี* เลอโนโว* แอลจี* และซัมซุง* เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี แท็บเล็ต ดีไซน์ใหม่ๆ ที่จะเริ่มทยอยออกวางจำหน่ายภายใน ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอีกด้วย การใช้วินโดวส์* 8 ที่รองรับการทำงานอุปกรณ์โมบายล์ได้ดีขึ้นและเชื่อมต่อได้มากขึ้น พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม อะตอม ที่รองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้นแพลตฟอร์มนี้จึง ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า แพลตฟอร์มของคู่แข่งอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น เขายังเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ อะตอม เอสโอซี แบบ 22 นาโนเมตร รุ่นถัดไป ที่มีชื่อรหัสว่า “เบย์เทรล” ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2556 นี้ โดยที่ อะตอม เอสโอซี แบบคว๊อดคอร์รุ่นแรกจะเป็น อะตอม โปรเซสเซอร์ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับ แท็บเล็ต รุ่นปัจจุบันของอินเทล นอกจากนั้นแพลตฟอร์มนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในตัวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วย การปรับปรุงต่างๆ เหล่านี้จะรองรับรูปแบบการใช้งานในเชิงธุรกิจและส่วนตัวที่ดีกว่าเดิม ในรูปของอุปกรณ์ที่บางแค่ 8 มม. ที่มีอายุการใช้แบตเตอรีได้ทั้งวัน และสแตนบายได้หลายสัปดาห์ ในราคาที่ลดลง

“เราพัฒนาเบย์เทรลโดยใช้ผลงานที่เคยทำไว้กับการพัฒนาเอสโอซีในปัจจุบันและเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยใช้ประโยชน์จากปมเด่นเรื่องระบบประมวลผลคอร์ของ อินเทล เอง” เบลล์กล่าว “นอกจากนั้น เรายังใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์และความชำนาญที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดพร้อมรูปแบบการใช้งานที่ดีที่สุดอีกด้วย”

การใช้พลังงานที่ลดลงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ อัลตร้าบุ๊ก

ตั้งแต่กลางปี 2555 เป็นต้นมา อินเทลเป็นผู้นำอุตสาหกรรมโดยการพัฒนาอุปกรณ์ อัลตร้าบุ๊ก ที่ตั้งเป้าไปที่ระบบประมวลผลโมบายล์แบบใหม่ที่สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม ภายใต้ดีไซน์ที่เพรียวบาง โดดเด่น แยกชิ้นได้ และ คอนเวอร์ทิเบิล มากขึ้น ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการออกแบบที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆเหล่านี้ ในเดือนกันยายน 2555 อินเทลจึงได้ประกาศเพิ่มโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ให้กับโปรเซสเซอร์ตระกูลอินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 และตั้งเป้าการใช้พลังงานไว้ที่ 10 วัตต์ โดยยังคงให้ประสิทธิภาพในระดับที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ผู้คนต้องการต่อไป

นอกจากนี้ สกาวเกน ยังประกาศอีกว่า อินเทลพัฒนาโปรเซสเซอร์ใช้พลังงานน้อยรุ่นใหม่สำหรับ โปรเซสเซอร์ตระกูลอินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 แล้ว โดยชิปเหล่านี้ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วใช้พลังงานเพียงแค่ 7 วัตต์ ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบเครื่องแบบ คอนเวอร์ทิเบิล ที่บางลงและเบากว่าเดิมได้ โดยในตอนนี้มีกำลังมีการพัฒนาเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้โปรเซสเซอร์ใช้พลังงานต่ำรุ่นใหม่นี้อยู่ โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะให้ประสิทธิภาพระดับเดียวกับพีซีภายใต้โครงสร้างของอุปกรณ์โมบายล์ เช่น แท็บเล็ต และ อัลตร้าบุ๊ก คอนเวอร์ทิเบิล เป็นต้น เครื่องรุ่นแรกๆ ที่วางจำหน่ายในตลาด เช่น อัลตร้าบุ๊ก รุ่นเลอโนโว ไอเดีย แพ็ด โยคะ* 11S และ อัลตร้าบุ๊ก แบบแยกชิ้นได้รุ่นต่อไปของเอเซอร์ เป็นต้น โดยสกาวเกนได้นำอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ของอินเทลมาสาธิตบนเวทีด้วย

อินเทลคอร์โปรเซสเซอร์รุ่นที่ 4 รองรับการใช้แบตเตอนรี่ได้ตลอดทั้งวันอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงอายุการใช้งานแบตเตอรี่แบบก้าวกระโดดในประวัติศาสตร์ของอินเทล สกาวเกนเปิดเผยว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่จะสามารถใช้แบตเตอรี่ได้ต่อเนื่องนาน 9 ชั่วโมง ดังนั้นผู้คนจึงไม่จำเป็นต้องพกสายไฟและแบตเตอรี่น้ำหนักมากติดตัวอีกต่อไป

“อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 คือชิปรุ่นแรกของอินเทลที่พัฒนาขึ้นมาใหม่โดยตั้งเป้าไปที่ อัลตร้าบุ๊ก เป็นหลัก” สกาวเกนกล่าว “เราคาดว่า คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใช้พลังงานน้อยนี้จะมีความก้าวหน้ากว่าเดิมอย่างมาก และเข้ามาช่วยปรับปรุงอุปกรณ์แบบหน้าจอสัมผัสจนนำไปสู่ อัลตร้าบุ๊กคอนเวอร์ทิเบิล และ แท็บเล็ต ที่บางลง เบาขึ้น และยังคงให้ประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมเพื่อรองรับการทำงานปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ เช่น การควบคุมโดยใช้การสัมผัส เสียง และท่าทาง เป็นต้น”

สกาวเกนสาธิตศักยภาพของอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 4 แบบประหยัดพลังงานรุ่นใหม่โดยใช้ อัลตร้าบุ๊ก ดีไซน์ใหม่ที่แยกชิ้นส่วนได้ (ชื่อรหัสว่า “นอร์ทเคป”) ซึ่งแปลงไปเป็น แท็บเล็ต ขนาด 10 มม.และยังคงใช้แบตเตอรี่ได้นานติดต่อกันกว่า 13 ชั่วโมงเมื่อเสียบต่อบนแท่น

นอกจากนั้น เขายังทำการสาธิตความก้าวหน้าของการที่ผู้บริโภคโต้ตอบกับอุปกรณ์ประมวลผลของตนเอง อาทิ กล้อง 3-D ที่สามารถโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นอินเทลยังได้แสดง แอพพลิเคชั่นที่ทำงานบน อัลตร้าบุ๊ก ซึ่งสามารถปรับแต่งวัตถุต่างๆ ตามธรรมชาติโดยใช้การเคลื่อนไหวอย่างอิสระของมือ นิ้ว ใบหน้า และเสียง การสาธิตแอพพลิเคชั่นต่อมาเกี่ยวกับระบบประชุมร่วมผ่านวิดีโอในวงกว้างและการเขียนบล็อก เป็นต้น แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ใช้ Intel Perceptual Computing SDK 2013 Beta โดยอินเทลคาดว่า ในปีนี้จะมี อัลตร้าบุ๊ก และอุปกรณ์ แบบออลอินวัน (AIO) รุ่นล่าสุดที่มีแอพพลิเคชั่นสั่งงานโดยใช้เสียง (คราก้อนแอสซิแตนท์*) และ ระบบจำแนกใบหน้า (ฟาสต์แอคเซส* ) เปิดตัวมากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้นและเป็นอิสระจากการใช้รหัสผ่าน

อินเทลมอบ “เวลาของครอบครัว”ให้แก่ผู้บริโภค

ในช่วงที่ทำการบรรยาย สเกาเกนได้สาธิตระบบ AIO แบบปรับตัวได้ ซึ่งมีแบตเตอรี่ในหน้าจอเลย ซึ่งผู้ใช้สามารถถอดออกมาแล้วเคลื่อนย้ายไปมาภายในบ้านหรือสำนักงานได้อย่างสะดวก ระบบ AIO แบบปรับตัวได้คือคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นอุปกรณ์ เล่นเกม ซึ่งรองรับการทำงานของสมาชิกในบ้านได้ทุกคน (ผู้ใช้หลายคน)ได้ หรือใช้เป็นอุปกรณ์สร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบอินเตอร์แอคทีฟ หรืออุปกรณ์แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกับผู้ใช้จำนวนมากก็ได้ พูดง่ายๆ คือ อุปกรณ์เหล่านี้น่าจะช่วยนำเอา “คืนการ เล่นเกม ” หรือเวลาสนุกของครอบครัวกลับมาสู่ทุกบ้านผ่านการแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนฝูงที่จะมาโต้ตอบ เล่นเกม และมีความสุขร่วมกันได้

นอกจากนั้นอินเทลยังพยายามผลักดันให้ผู้ใช้อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี อินเทล ได้มีโอกาสเข้าถึงคอนเทนท์ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการรายการ โทรทัศน์ และวิดีโอทั่วโลก เช่น คอมคาสต์และ วีเกสเทเลคอม เพื่อมอบความสะดวกในการชมโทรทัศน์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคชมรายการทีวีแบบสดๆ หรือตามความต้องการได้ อินเทล กำลังทำงานร่วมกับคอมคาสต์เพื่อนำสัญญาณของระบบเอ็กซ์ฟินิตี้* ทีวีไปสู่จอภาพจำนวนมากภายในบ้าน อาทิ อุปกรณ์ อัลตร้าบุ๊ก พีซี AIO พลังอินเทล และ แท็บเล็ต ชนิดต่างๆ เป็นต้น

การทำงานดังกล่าวเกิดขึ้นได้เนื่องจาก มัลติสกรีนวิดีโอเกตเตอร์รุ่น เอ็กซ์จี 5 ที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทล พูมา 6 เอ็มจี ที่พัฒนาโดย ARRIS อุปกรณ์หมวดใหม่นี้จะช่วยให้ จอภาพ ทุกจอภายในบ้านสามารถเข้าถึงคอนเทนท์ความบันเทิงชั้นยอดแบบสดๆ และตามความต้องการได้ โดยเริ่มนำร่องกับการทำงานร่วมกับวีเกสเทเลคอม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคในฝรั่งเศส ซึ่งใช้ระบบบีบ็อกซ์ ทีวี ได้รับประสบการณ์แบบนี้ผ่านอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี อินเทล ด้วย ผู้บริโภคจะดูรายการ ทีวี สดหรือวิดีโอตามความต้องการได้ทุกที่ผ่านเครือข่ายของวีเกสเทเลคอม

ภาพประกอบข่าว


อินเทล® อะตอม โปรเซสเซอร์ Z2420


ไมค์ เบล รองประธานและผู้จัดการทั่วไปแผนกโมบายล์แอนด์คอมมูนิเคชั่น กรุ๊ป แสดงดีไซน์ต้นแบบ สมาร์ทโฟน ที่มากับอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ หวังเจาะตลาดที่กำลังเติบโต


เคิร์ก สกาวเกน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของแผนกพีซี ไคลเอนด์ กรุ๊ป สาธิตศักยภาพของอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ใช้พลังงานน้อย ทำให้ได้อัลตราบุ๊กที่บางลงและเบากว่าเดิม (ตัวซ้าย) ภายในงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชนของอินเทล ก่อนการเปิดงานซีอีเอสเมื่อเร็วๆ นี้ที่ลาสเวกัส โดย สกาวเกน ได้เปรียบเทียบ อัลตร้าบุ๊ก ใหม่ (ตัวซ้าย) กับ แล็ปท็อป รุ่นที่ผลิตเมื่อประมาณสามปีก่อน แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างยิ่งของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมไอที


ดีไซน์ต้นแบบ สมาร์ทโฟน ใหม่ล่าสุดที่ใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ หวังเจาะตลาดที่กำลังเติบโต ได้เปิดตัวภายในงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชนของอินเทล ก่อนการเปิดงานซีอีเอสที่ลาสเวกัส

เกี่ยวกับอินเทล

อินเทลเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผลรวมทั้งการออกแบบ และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาอุปกรณ์ประมวลผลระดับโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล สามารถเข้าชมได้ที่ www.intel.com/pressroom , www.intel.com/th , blogs.intel.com , ทวิตเตอร์ @Intelthailand และ เฟสบุ๊ค IntelThailand

Intel, และโลโก้ของ Intel เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ อินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ขอสงวนสิทธิ์

ชื่อและยี่ห้ออื่นๆอาจถูกอ้างอิงโดยถือเป็นทรัพย์สินของชื่อยี่ห้อนั้น *

    กลับสู่ด้านบน