|
|
|
|
อินเทลเน้นความสำคัญของระบบประมวลผลโมบายล์ที่สมบูรณ์แบบ
|
|
|
|
อินเทลเน้นความสำคัญของระบบประมวลผลโมบายล์ที่สมบูรณ์แบบ
เปิดตัวชิปรุ่นใหม่สำหรับโน้ตบุ๊ค และโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์
|
|
|
|
|
อินเทล ดิเวลลอปเปอร์ ฟอรัม, ซานฟรานซิสโก, 23 กันยายน 2552 - บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้มีการสาธิตในงาน อินเทล ดิเวลลอปเปอร์ ฟอรัม ซึ่งจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก ให้ผู้ร่วมงานได้เห็นว่า คอมพิวเตอร์รุ่นต่างๆ ตั้งแต่ อุปกรณ์พกพาและเน็ตบุ๊ก ซึ่งรองรับการประมวลผลแบบเรียบง่าย โน้ตบุ๊คชนิดบางพิเศษที่มีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้รูปโฉมที่เพรียวบาง ไปจนถึงโน้ตบุ๊คที่มีฟังก์ชันการประมวลผลต่างๆ ที่ครบถ้วน สามารถรองรับการใช้งานโมบายล์ได้ตรงตามความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เดวิด (ดาดี) เพิร์ลมัตเตอร์ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มอาร์คิเทคเจอร์กรุ๊ปของอินเทล หนึ่งในผู้บรรยายภายในงาน ยังได้เปิดตัว อินเทล® คอร์™ ไอเซเว่น โปรเซสเซอร์ (Intel® Core™ i7 Processor) รุ่นใหม่ที่มีความเร็วและสมรรถนะสูงสุดอีก 3 รุ่น เพื่อใช้กับโน้ตบุ๊คโดยเฉพาะ ในงานนี้ด้วยเช่นกัน
เพิร์ลมัตเตอร์กล่าวว่า “การทำให้อุปกรณ์โมบายล์หลากหลายชนิดสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ตลอดเวลานั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อินเทลได้พัฒนารูปแบบการทำงานสำหรับอุปกรณ์โมบายล์ที่สมบูรณ์แบบในอุปกรณ์แต่ละชนิด โดยได้พัฒนาให้มีประสิทธิภาพและอัตราการใช้พลังงานในระดับที่ต่างกัน ภายใต้รูปทรงที่เพรียวบาง และคงความสามารถด้านคอมแพตทิเบิลเอาไว้เหมือนเดิม รองรับการท่องอินเทอร์เน็ตสำหรับอุปกรณ์โมบายล์ได้อย่างเหนือชั้น อีกทั้งยังมีระบบสื่อสารบอร์ดแบนด์ไร้สายไวแมกซ์ในตัวอีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่า เราได้ทำให้การทำงานของอุปกรณ์โมบายล์ก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่งแล้ว”
อินเทล คอร์ ไอเซเว่น โปรเซสเซอร์ พัฒนามาจากสถาปัตยกรรมไมโครอาร์คิเทคเจอร์ “เนฮาเล็ม” (Nehalem) ของอินเทลซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยอมรับจนได้รางวัลมาแล้วมากมาย ผสานความสามารถเข้ากับชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติต่างๆ อาทิ เทคโนโลยี เทอร์โบ บูสต์ (Intel® Turbo Boost Technology)1 และ เทคโนโลยี ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง (Intel® Hyper-Threading Technology) 2 เป็นต้น ส่งผลให้ชิปรุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการประมวลผลสำหรับโมบายล์คอมพิวเตอร์ในระดับที่ไม่มีชิปรุ่นใดเทียบได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้พีซีที่ต้องการพลังการประมวลผลมากเป็นพิเศษสำหรับสร้างสรรค์งานวิดีโอ ดิจิตอล เล่นเกม หรือแอพลิเคชั่นเชิงธุรกิจ
เพิร์ลมัตเตอร์ยังได้เปิดเผยถึงการพัฒนาโมบายล์โปเซสเซอร์รุ่นต่อไปของอินเทลที่มีชื่อรหัสว่า “อาร์แรนเดล” (Arrandale) อีกด้วย โดยชิปรุ่นนี้เป็นการรวมซีพียูและระบบกราฟิกไว้ในแพ็กเกจเดียวกัน โดยจะใช้ขั้นตอนการผลิตแบบ 32 nm และทรานซิสเตอร์ high-k metal gate รุ่นที่สอง เพื่อทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับตลาดโมบายล์คอมพิวเตอร์ระดับเมนสตรีม การรวมองค์ประกอบเหล่านี้ไว้บนแพลตฟอร์มจะทำให้โปรเซสเซอร์ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตแบบ 32 nm ซึ่งมีชื่อรหัสว่า “แซนดี้ บริดจ์” (sandy Bridge) เป็นโปรเซสเซอร์ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงในอนาคต
เพิร์ลมัตเตอร์ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการผสานรวมระบบสถาปัตยกรรมการประมวลผล การออกแบบ และขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัยมากขึ้นของแพลตฟอร์ม “มัวร์สทาวน์” (Moorestown) ของอินเทล ว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ภายในปี 2553 โดยเน้นกลุ่มอุปกรณ์โมไบล์อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเป็นหลัก เขาพูดถึงเทคนิคที่ทันสมัยบางอย่างที่อินเทลนำมาใช้ เช่น Distributed Power Gating ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น มีการใช้พลังงานที่ลดลง และมีความร้อนเกิดขึ้นน้อยลงอีกด้วย
เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ทำให้แม้ในขณะที่แพลตฟอร์มยังเปิดเครื่องไว้โดยไม่ได้มีการใช้งาน จะมีการใช้พลังงานที่ลดลงถึง 50 เท่าเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์ม “เมนโลว์” (Menlow) รุ่นแรก อัตราการใช้พลังงานที่ลดลงดังกล่าวช่วยให้อินเทลสามารถกำหนดขีดจำกัดของการใช้พลังงานที่ต่ำมากเป็นพิเศษได้ และยังช่วยให้สั่งงานโปรแกรมต่างๆ ของอินเทอร์เน็ตและมีเดียแอพลิเคชั่นชนิดต่างๆ ในอุปกรณ์มือถือได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้นเพิร์ลมัตเตอร์ยังได้พูดถึงแพลตฟอร์มที่ใช้พลังงานน้อยเป็นพิเศษรุ่นที่สามของอินเทลซึ่งมีชื่อรหัสว่า “เมดฟิวด์” (Medfield) ที่จะเริ่มจำหน่ายในปี 2554 อีกด้วย Medfield เป็นการออกแบบในลักษณะของระบบอยู่ในชิพเพียงตัวเดียว (SoC) แบบ 32 nm ที่จะช่วยให้อินเทลสามารถบุกตลาดสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มที่
นอกจากนั้นเพิร์ลมัตเตอร์ยังได้สาธิตประสิทธิภาพของออพติคอลเคเบิลความเร็วสูงที่จะพร้อมออกสู่ตลาดภายในปีหน้านี้ด้วย เคเบิลดังกล่าวใช้สำหรับการเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ เข้าด้วยกัน อย่างเช่น โน้ตบุ๊ค จอภาพ HD โทรทัศน์ กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่นวิดีโอ ไอพ็อต* ด็อกกิงสเตชัน และ โซลิตสเตทไดร์ฟ (SSD) โดยใช้ออพติคอลไฟเบอร์แทนที่จะเป็นสายทองแดง เพื่อเป็นการเตรียมช่องทางสำหรับการรับส่งสัญญาณผ่าน I/O ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษในอนาคต
อินเทลพัฒนาเทคโนโลยีออพติคอลเคเบิลนี้ขึ้นมาโดยใช้ชื่อรหัสว่า “ไลท์พีค” (Light Peak) เพื่อรองรับการรับส่งสัญญาณ I/O ที่สูงเป็นพิเศษของคอมพิวเตอร์ โดยปัจจุบัน Lite Pake มีแบนด์วิธอยู่ที่ 10 Gb/s และมีศักยภาพที่จะเพิ่มความเร็วเป็น 100 Gb/s ภายในช่วง 10 ปีข้างหน้าได้ อย่างไรก็ตามที่ความเร็ว 10 Gb/s จะช่วยให้ผู้ใช้โอนถ่ายไฟล์ภาพยนตร์ Blu-ray* ทั้งเรื่องโดยใช้เวลาน้อยกว่า 30 วินาที Light Peak จะช่วยให้พัฒนาคอนเน็กเตอร์ที่มีขนาดเล็กลง และสายเคเบิลที่ยาวขึ้น บางลง และยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทำงานต่างๆ อาทิเช่น การส่งวิดีโอ HD ไปยังอุปกรณ์โมไบล์อินเทอร์เน็ต (MID) และเชื่อมต่อกับทีวีขนาดใหญ่ ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ อินเทลยังกำลังทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมเพื่อหาวิธีที่จะทำให้เทคโนโลยีใหม่นี้กลายเป็นมาตรฐานที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ เพิร์ลมัตเตอร์ ยังได้ประกาศตัวเทคโนโลยี Intel® Anti-Theft3 Technology (Intel® AT) เวอร์ชั่น 2.03 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดสำหรับฮาร์ดแวร์พีซี สามารถล็อกการทำงานของแล็ปท้อปและเข้าไปเอ็นคริปท์ข้อมูลในกรณีที่ข้อมูลเกิดการสูญหายหรือถูกขโมยได้ การทำงานร่วมกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยรายหลักๆ จำนวนมาก จะทำให้เทคโนโลยี Intel AT สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการปกป้องข้อมูลจากการถูกขโมยให้กับคอมพิวเตอร์ที่ผลิตโดยผู้ผลิตชั้นนำในปี 2553 ทั้งสำหรับแล็ปท้อปของกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและกลุ่มนักธุรกิจ
เจมส์: การพัฒนาแพลตฟอร์มอินเทลอย่างต่อเนื่อง
ผู้บรรยายคนที่สองของวันนี้ คือ เรอเน่ เจมส์ รองประธานองค์กรและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มซอฟต์แวร์และเซอร์วิสของอินเทล ซึ่งได้มากล่าวบรรยายถึงโครงการอินเทล อะตอม ดิเวลลอปเปอร์ (Intel Atom Developer Program) ที่อินเทลตั้งใจจะดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้ผู้ขายซอฟต์แวร์อิสระและนักพัฒนาหันมาสร้างโมบายล์แอพลิเคชั่นกันเพิ่มมากขึ้น อินเทลได้จับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตหลายราย อาทิเช่น เอเซอร์* และ อาซุส* ที่จะร่วมกันสร้างร้านค้าจำนวนมากเพื่อจำหน่ายแอพลิเคชั่นและองค์ประกอบพื้นฐานของแอพลิเคชั่นสำหรับนำไปใช้กับเน็ตบุ๊กและอุปกรณ์มือถือที่ใช้โปรเซสเซอร์ของอินเทลเป็นหลัก
เจมส์กล่าวว่าโครงการ อินเทล อะตอม ดิเวลอปเปอร์ จะส่งเสริมให้เกิดแอพลิเคชั่นรุ่นใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคและเป็นแหล่งรายได้ใหม่สำหรับบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อีกด้วย โปรแกรมนี้จะส่งเสริมให้มีการสร้างแอพลิเคชั่นที่ผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะทราบว่าแอพลิเคชั่นเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบและรับรองแล้วว่าสามารถดึงประสิทธิภาพของ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ มาใช้ได้อย่างเต็มที่” Microsoft* Silverlight และ Moblin* นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการที่รองรับ Microsoft* Silverlight จะขยายไปสู่ “โมบลิน” (Moblin) ในราวต้นปีหน้า Moblin เป็นโครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการแบบเปิดเพื่อใช้กับเน็ตบุก อุปกรณ์มือถือ สมาร์ทโฟน และระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ การใช้องค์ประกอบพื้นฐานที่รองรับการทำงานข้ามแพลตฟอร์มของ Silverlight จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนแอพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียว จากนั้นนำไปสั่งงานในอุปกรณ์ที่ใช้ Windows* และ Moblin* ได้ ซึ่งจะทำให้แอพลิเคชั่น Silverligh ขยายเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ และกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าแอพลิเคชั่นเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานได้ทั้ง พีซี ทีวี และโทรศัพท์ได้
เพื่อแสดงถึงการตอบรับจากอุตสาหกรรมต่อกระแสของเน็ตบุ๊กและระบบปฏิบัติการ Moblin เจมส์ได้ประกาศว่า อุปกรณ์ที่ชื่อ Dell* Inspiron Mini 10v ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Ubuntu Moblin Remix Developer Edition จะเริ่มจำหน่ายภายในวันที่ 24 กันยายนนี้ นอกจากนั้นเจมส์ยังได้ประกาศอีกว่า อาซุส และเอเซอร์ ได้เปิดตัวอุปกรณ์เน็ตบุ๊กที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Moblin เวอร์ชั่น 2 แล้ว (ส่วนซัมซุงมีแผนที่จะเปิดตัวอุปกรณ์ในเร็วๆ นี้) ผู้ค้าระบบปฏิบัติการหลายราย อย่างเช่น Canonical, CS2C, Linpus, Mandriva, Phoenix และ Turbolinux ต่างออกมาประกาศว่าระบบปฏิบัติการของตนซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Moblin เวอร์ชั่น 2 ก็เริ่มจำหน่ายแล้วเช่นกัน
เกี่ยวกับอินเทล
อินเทล (NASDAQ:INTC) เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมซิลิกอน สร้างสรรค์เทคโนโลยี สินค้า รวมทั้งการริเริ่มต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทลได้ที่
www.intel.com/th
,
www.intel.com/pressroom
และ
blogs.intel.com
______________________
Intel และ Atom เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ อินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ขอสงวนสิทธิ์
* ชื่อและยี่ห้ออื่นอาจถูกอ้างอิงถึงโดยถือเป็นทรัพย์สินของชื่อยี่ห้อนั้นๆ
1.Intel® Turbo Boost technology (Intel® TBT) requires a PC with a processor with Intel TBT capability. Intel TBT performance varies depending on hardware, software and overall system configuration. Check with your PC manufacturer on whether your system delivers Intel TBT. See
www.intel.com/technology/turboboost
for more information.
2.Intel® Hyper-Threading Technology requires a computer system with a processor supporting HT Technology and an HT Technology-enabled chipset, BIOS and operating system. Performance will vary depending on the specific hardware and software you use. For more information, including details on which processors support HT Technology, see
www.intel.com/info/hyperthreading
3.Intel® Anti-Theft Technology (Intel® AT). No computer system can provide absolute security under all conditions. Intel® Anti-Theft Technology (Intel® AT) for PC protection (also referred to as the ‘poison pill’) requires the computer system to have an Intel® AT-enabled chipset, BIOS, firmware release, software and an Intel AT-capable Service Provider/ISV application and service subscription. Intel® AT (PC Protection) performs the encrypted data access disable by preventing access to or deleting cryptographic material (e.g. encryption keys) required to access previously encrypted data. ISV-provided Intel-AT-capable encryption software may store this cryptographic material in the PC’s chipset. In order to restore access to data when the system is recovered, this cryptographic material must be escrowed/backed up in advance in a separate device or server provided by the security ISV/service provider. The detection (triggers), response (actions), and recovery mechanisms only work after the Intel® AT functionality has been activated and configured. The activation process requires an enrollment procedure in order to obtain a license from an authorized security vendor/service provider for each PC or batch of PCs. Activation also requires setup and configuration by the purchaser or service provider and may require scripting with the console. Certain functionality may not be offered by some ISVs or service providers. Certain functionality may not be available in all countries. Intel assumes no liability for lost or stolen data and/or systems or any other damages resulting thereof.
|
|
|
|
|
|
|
|
|