เลือกโครงการด้านการศึกษาของอินเทลในประเทศอื่นๆ
อินเทล Intel® Education Initiative ประเทศไทย › ข่าวสารและกิจกรรมทางการศึกษา ›
ข่าวสารและกิจกรรมทางการศึกษา
 
อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด
 
 
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 ร่วมกับ โครงการ Intel Teach จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะและความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง ในหัวข้อ “Enhancement: Bridging the Gap - Upgrading to Essentials V 10.1” แก่วิทยากรแกนนำและครูเครือข่ายที่ผ่านการอบรมหลักสูตร Essentials ระหว่างวันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2552 ณ หอประชุมอรุณญาเขต สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61 ท่าน วิทยากรอาวุโสผู้ดำเนินการอบรม 2 ท่าน คือ นางสาวภัสสรา ภูรินันทกุล วิทยากรอาวุโส ประจำโครงการ Intel Teach และนางเกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม วิทยากรอาวุโส คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายประหยัด แก่นชา รองผู้อำนวยการ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 เป็นประธานมอบวุฒิบัตรและกล่าวปิดการอบรม

อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด อินเทลร่วมกับ สพท.เพชรบูรณ์ เขต 2 จัดอบรมต่อยอดความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับวิทยากรแกนนำในสังกัด

 
สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้
 
 
สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 2 จัดอบรมพัฒนาครู หลักสูตร Getting Started ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้ที่ได้รับจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์จาก สพฐ. ในปีงบประมาณ 2552 นี้ การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2552 ณ โรงเรียนอุดมศึกษาพณิชยการ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 106 ท่าน

วิทยากรอาวุโสผู้ดำเนินการอบรม 4 ท่าน ประกอบด้วย นางเกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร, นางจรวยพรรณ เย่าเฉื้อง โรงเรียนห้วยยอด สพท.ตรัง เขต 1, นางมาลี พรหมเพ็ญ โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค สพท.สระบุรี เขต 1 และ นางสาวสุภารัตน์ โนโชติ โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ สพท.นนทบุรี เขต 1

การอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก สพท.สงขลา เขต 2 โดยมี ว่าที่พันตรีไพโรจน์ เอมวัฒน์ ศึกษานิเทศก์ เป็นผู้ประสานงานหลักดำเนินการจัดอบรมในครั้งนี้ และยังได้รับเกียรติจาก นางอังสนา เปศะนันทน์ นักวิชาการศึกษา 8 ว และนางอัจฉรา ศรีวัฒนางกูร สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครู พร้อมทั้งเข้าร่วมพิธีปิด โดยมี นายไพโรจน์ สุขวงศ์วิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงาน นิเทศติดตามและประเมินผล เป็นประธานในพิธี

สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคใต้

 
สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ
 
 
สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 จัดอบรมพัฒนาครู หลักสูตร Getting Started ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือที่ได้รับจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์จาก สพฐ. ในปีงบประมาณ 2552 นี้ การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 5 กรกฎาคม 2552 ณ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ สพท.เชียงใหม่ เขต 1 มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 129 ท่าน

วิทยากรอาวุโสผู้ดำเนินการอบรม 5 ท่าน ประกอบด้วย นายสันติ ม่วงปาน โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม สพท.สิงห์บุรี, นายชยันต์ ยุบล โรงเรียนศรีสำโรงชนูปถัมภ์ สพท.สุโขทัย เขต 2, นางดวงจันทร์ ปู่เพี้ยน โรงเรียนสามพรานวิทยา สพท.นครปฐม เขต 1, นายชาญ สิ่วไธสง โรงเรียนพุทไธสง สพท.บุรีรัมย์ เขต 1 และนางเกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

การอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก สพท.เชียงใหม่ เขต 1 โดยมีนางปาริชาต ธนัญชัย ศึกษานิเทศก์ เป็นผู้ประสานงานหลักดำเนินการจัดอบรมในครั้งนี้ และยังได้รับเกียรติจาก นางอังสนา เปศะนันทน์ นักวิชาการศึกษา 8 ว และนางอัจฉรา ศรีวัฒนางกูร สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครู พร้อมทั้งร่วมพิธีปิด โดยมี ว่าที่ร้อยตรี อาทิตย์ เรืองวุฒิ รองผู้อำนวยการ สพท.เชียงใหม่ เขต 1 เป็นประธาน

สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขยายโอกาสในภาคเหนือ

 
สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน
 
 
สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ ทั้ง 185 เขตพื้นที่การศึกษา ระหว่างวันที่ 24 -26 มิถุนายน 2552 ณ โรงแรมแม็กซ์ ถ.พระรามเก้า กรุงเทพมหานคร มีศึกษานิเทศก์เข้าอบรมทั้งสิ้น 75 ท่าน (ศึกษานิเทศก์บางส่วนเข้าอบรมในรุ่นก่อนหน้าพร้อมครูแล้ว) วิทยากรอาวุโสที่ดำเนินการอบรม จำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วย นางสาววิญญูวดี กุลจลา โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย สพท.เชียงใหม่ เขต 1, นางจิตตรา สอนดา โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล สพท.นครพนม เขต 1, นางดวงจันทร์ ปู่เพี้ยน โรงเรียนสามพรานวิทยา สพท.นครปฐม เขต 1 และนายชาญ สิ่วไธสง โรงเรียนพุทไธสง สพท.บุรีรัมย์ เขต 1

การจัดอบรมครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศึกษานิเทศก์ถ่ายทอดความรู้แก่โรงเรียนโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขยายโอกาส ที่ได้รับจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์ จาก สพฐ. ในปีงบประมาณ 2552 นี้ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอเนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. เป็นประธานเปิดการอบรมและมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรมในวันสุดท้ายของก

สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับศึกษานิเทศก์ เพื่อติดตามการพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน

 
สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก
 
 
สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรมหลักสูตร Getting Started ให้กับครูในสังกัดโรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับจัดสรรเครื่องคอมพิวเตอร์จาก สพฐ. ในปีงบประมาณ 2552 นี้ จำนวน 2 รอบ ณ โรงแรมแม็กซ์ ถ.พระรามเก้า กรุงเทพมหานคร ดังนี้ รอบที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 -8 พฤษภาคม 2552 สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก รวม 173 ท่าน และรอบที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 12 พฤษภาคม 2552 สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวม 168 ท่าน ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และศึกษานิเทศก์ โดยมีวิทยากรอาวุโสผู้ให้ความรู้ในการอบรมทั้ง 2 รอบ ประกอบด้วย นางจรวยพรรณ เย่าเฉื้อง โรงเรียนห้วยยอด, นางจิราภรณ์ ศิริสุรักษ์ โรงเรียนเมืองคง, นางธีรสุดา มูลทากุล โรงเรียนบ้านหินลาดวังตอ, นางระวิกุล นิลสกุล โรงเรียนโคกลำพานวิทยา, นางจิตตรา สอนดา โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล, นางสาววิญญูวดี กุลจลา โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย, นายชยันต์ ยุบล โรงเรียนศรีสำโรงชนูปถัมภ์, นางดวงจันทร์ ปู่เพี้ยน โรงเรียนสามพรานวิทยา, นายจรัญ คะศรีทอง โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา และนายชัฏ ตระกูลสินทอง โรงเรียนบางละมุง

สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก

นายอเนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวอุ้มบุญ สิงห์อัศวิน รองผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. มาเป็นประธานมอบวุฒิบัตรและกล่าวปิดการอบรม

สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก
                        สทร.สพฐ. จัดอบรมหลักสูตร Getting Started เพื่อพัฒนาครูด้านการบูรณาการเทคโนโลยีสู่การเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก

 
ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด
 
 
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทก.) และ สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ร่วมกับ โครงการ Intel Teach จัดอบรมวิทยากรแกนนำ หลักสูตร Essentials จำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นที่ 1 ศทก.สป. จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. – 3 เม.ย. 2552 ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ศทก.สป. มีผู้เข้ารับการอบรมจากโรงเรียนในสังกัด สช. จำนวน 9 โรง รวมทั้งสิ้น 20 ท่าน มี นายจรัญ คะศรีทอง โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา และนางธีรสุดา มูลทากุล โรงเรียนบ้านหินลาดวังตอ เป็นวิทยากรผู้ให้ความรู้ ทั้งนี้ในวันแรกของการอบรมยังมีการจัดประชุมชี้แจงโครงการฯ แก่ผู้บริหารสถานศึกษา โดย นายสมิต วิโรจน์วรรณ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มระบบคอมพิวเตอร์ ศทก. ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม และนายมนต์ชัย กุณฑีกนก ผู้จัดการโครงการด้านการศึกษาเป็นผู้ชี้แจงโครงการฯ

ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด

รุ่นที่ 2 สช.สป. จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ระหว่างวันที่ 27 เม.ย. - 1 พ.ค. 2552 ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ศทก. มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 50 ท่าน มี นางจิราภรณ์ ศิริสุรักษ์ โรงเรียนเมืองคง สพท.นครราชสีมา เขต 5, นางธีรสุดา มูลทากุล โรงเรียนบ้านหินลาดวังตอ สพท.ขอนแก่น เขต 1, นายชยันต์ ยุบล โรงเรียนศรีสำโรงชนูปถัมภ์ สพท.สุโขทัย เขต 2 และ ดร.เกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้ให้ความรู้ ในวันแรกของการอบรม ได้รับเกียรติจาก นายประยูร มัยโภคา ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. เป็นประธานการประชุมและชี้แจงโครงการฯ แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งนี้วันสุดท้ายของการอบรมได้มีการจัดพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดย นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ผู้อำนวยการ สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้เกียรติเป็นประธานมอบวุฒิบัตรและกล่าวปิด

ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด

รุ่นที่ 3 สช.สป. จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ระหว่างวันที่ 25 – 29 พ.ค. 2552 ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ศทก. มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 50 ท่าน มี นายชัฏ ตระกูลสินทอง โรงเรียนบางละมุง สพท.ชลบุรี เขต 3, นายสันติ ม่วงปาน โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม สพท.สิงห์บุรี, นายตระกูล เกียรติกิตติพงษ์ โรงเรียนระยองวิทยาคม สพท.ระยอง เขต 1 และ นางสาวภัสสรา ภูรินันทกุล วิทยากรประจำโครงการฯ เป็นผู้ให้ความรู้ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายประยูร มัยโภคา ผู้อำนวยการกลุ่มงานโรงเรียนสามัญศึกษา สช. ให้เกียรติมาเป็นประธานในการประชุมชี้แจงโครงการฯ มอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม พร้อมทั้งกล่าวปิดการอบรม

ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด ศทก.สป. และ สช.สป. จัดอบรมหลักสูตร Essentials ให้กับครูในสังกัด

 
ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส
 
 

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส


สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวิทยากรแกนนำบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กสู่เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน ให้กับวิทยากรอาวุโส โครงการ Intel Teach ระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2552 ณ โรงแรมวินด์เซอร์ สวีทส์ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ครูผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้และเผยแพร่แนวคิดเรื่องสิทธิเด็ก รวมทั้งแนวทางการส่งเสริมสิทธิเด็กโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสื่อหรือเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรม ทั้งสิ้น 22 ท่าน ประกอบด้วย วิทยากรอาวุโส 19 ท่าน และครูในสังกัด สพฐ. อีก 3 ท่าน วิทยากรผู้ให้ความรู้ ทั้งสิ้น 6 ท่าน ประกอบด้วย นายวิฑูรย์ นาสารีย์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพท.อุบลราชธานี 1 นางประภัสสร โกศัลวัฒน์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพท.สกลนคร 1 นายปรีชา เดือนนิล ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพท.สกลนคร 3 นาง นางวิไลวรรณ เหมือนชาติ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพท.สุรินทร์ 1 และนางสาวสุขดี ตั้งทรงสวัสดิ์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพท.พังงา ในการอบรมครั้งนี้ ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ หัวหน้าฝ่ายการศึกษา องการยูนิเซฟ ประเทศไทย ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดและพิธีปิด

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดอบรมการบูรณาการแนวคิดสิทธิเด็กฯ ให้กับวิทยากรอาวุโส

 
จัดอบรมนำร่องหลักสูตรใหม่ Getting Started
 
 
จัดอบรมนำร่องหลักสูตรใหม่ Getting Started จัดอบรมนำร่องหลักสูตรใหม่ Getting Started จัดอบรมนำร่องหลักสูตรใหม่ Getting Started

สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดอบรมนำร่องหลักสูตร Getting Started ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ของโครงการ Intel Teach ที่จะเริ่มดำเนินการในประเทศไทยในปีนี้ การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2552 ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 19 ท่าน โดยมีวิทยากรดำเนินการอบรม คือ นางสาวภัสสรา ภูรินันทกุล และนางเกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม วิทยากรอาวุโสของโครงการฯ ในวันแรกของการอบรมได้รับเกียรติจาก นางสาวอุ้มบุญ สิงห์อัศวิน รองผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะประกอบด้วย นางสาวอังสนา เปศะนันท์ นักวิชาการศึกษา 8ว และนายสุวิทย์ บึงบัว ในวันสุดท้ายของการอบรม นายนายมนต์ชัย กุณฑีกนก ผู้จัดการโครงการด้านการศึกษา บริษัท อินเทลฯ เดินทางมามอบวุฒิบัตรให้แก่ผู้เข้าอบรมในครั้งนี้

จัดอบรมนำร่องหลักสูตรใหม่ Getting Started จัดอบรมนำร่องหลักสูตรใหม่ Getting Started

 
ปรับหลักสูตร Intel® Teach Getting Started
 
 
ปรับหลักสูตร Intel® Teach Getting Started ปรับหลักสูตร Intel® Teach Getting Started ปรับหลักสูตร Intel® Teach Getting Started

สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. ร่วมกับ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมปรับหลักสูตร โครงการ Intel® Teach Getting Started ระหว่างวันที่ 13 – 14 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ชลพฤกษ์รีสอร์ท จ.นครนายก เพื่อพัฒนาหลักสูตรการอบรมให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระบวนการจัดการเรียนการสอนและการใช้เทคโนโลยี ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยมีคณะกรรมการจากสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. 3 ท่าน ประกอบด้วย นางสาวอุ้มบุญ สิงห์อัศวิน รองผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน เป็นประธาน นางสาวอังสนา เปศะนันท์ นักวิชาการศึกษา 8ว และ นายสุวิทย์ บึงบัว คณะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนครู จำนวน 3 ท่าน คือ นางระวิกุล นิลสกุล โรงเรียนวัดใดใหญ่ สพท.ลพบุรี เขต 1 นางสาวปนัดดา นาคอนุรักษ์ โรงเรียนเขาทรายทับคล้อพิทยา สพท.พิจิตร และ นางเกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม ข้าราชการบำนาญ สพฐ. และคณะกรรมการจากหน่วยฝึกอบรม Intel Teach

ปรับหลักสูตร Intel® Teach Getting Started ปรับหลักสูตร Intel® Teach Getting Started

 
อินเทลส่งนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ร่วมงานอินเทล ไอเซฟ 2009: สุดยอดการแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับโลก
 
 

กรุงเทพฯ, 11 กุมภาพันธ์ 2552 - บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายมนต์ชัย กุณฑีกนก ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา และนางนฑาห์ บุญประสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ร่วมแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยผู้ชนะการโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (หรือ Young Scientist Competition) ครั้งที่ 11 หนึ่งในการประกวดในงานมหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8 (หรือ ICT Contest Festival 2009) ที่จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ซึ่งอินเทลให้การสนับสนุนนักเรียนที่ชนะการประกวดครั้งนี้ เดินทางไปร่วมประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติของอินเทล หรือ อินเทล ไอเซฟ (Intel ISEF) ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

อินเทลส่งนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ร่วมงานอินเทล ไอเซฟ 2009: สุดยอดการแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับโลก

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ประกอบด้วยโครงงานประเภทบุคคล 2 โครงงาน คือโครงงานเรื่อง “การรักษาความปลอดภัย ด้วยวิธีการเข้ารหัสรูปแบบกุญแจคู่ขนาน” พัฒนาโดย นายทรงพล ตีระกนก นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนบูรณะรำลึก จังหวัดตรัง

อินเทลส่งนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ร่วมงานอินเทล ไอเซฟ 2009: สุดยอดการแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับโลก

และโครงงานเรื่อง “การพัฒนาชุดตรวจสอบยาต้านไวรัส HIV โดยใช้เทคนิค Immunochromatographic Strip Test” พัฒนาโดย นายจักรกฤษณ์ ใจดี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแม่พริกวิทยา จังหวัดลำปาง

อินเทลส่งนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ร่วมงานอินเทล ไอเซฟ 2009: สุดยอดการแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับโลก

และโครงงานประเภททีม 1 โครงงาน คือ โครงงานเรื่อง “หนังเทียมจากการพัฒนาเซลลูโลสเจล” พัฒนาโดย ด.ช.พรวสุ พงศ์ธีระวรรณ ด.ญ.อารดา สังขนิตย์ และ นส.ธัญพิชชา พงศ์ชัยไพบูลย์ โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อินเทลส่งนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ร่วมงานอินเทล ไอเซฟ 2009: สุดยอดการแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับโลก

โดยนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของไทยจะร่วมแข่งขันกับนักเรียนจำนวนมากกว่า 1,500 คน จาก 51 ประเทศทั่วโลก ในงาน อินเทล ไอเซฟ ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นที่เมืองรีโน มลรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 10-16 เดือนพฤษภาคม ศกนี้

 
จัดอบรมวิทยากรอาวุโส หลักสูตร Intel® Teach Getting Started
 
 

Getting Started เป็นหลักสูตรพัฒนาวิชาชีพสำหรับครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์น้อยหรือไม่มีเลย ให้เข้าถึงทักษะทางด้านเทคโนโลยีและนำการเรียนรู้ที่เน้นโครงงานเป็นฐานไปใช้ในการเรียนการสอนสำหรับศตวรรษที่ 21 และยังเป็นการใช้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน โดยให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับการนำไปปรับใช้กับภาระงานของตนเองเพื่อพัฒนาหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

โครงการ Intel Teach จะร่วมกับ สำนักเทคโนโลยีเพื่อนการเรียนการสอน สพฐ. นำหลักสูตร Getting Started มาจัดฝึกอบรมให้กับคุณครูตั้งแต่ปี 2552 นี้เป็นต้นไป การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับวิทยาการอาวุโสซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมวิทยากรแกนนำต่อไป โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 11 มกราคม 2552 ณ โรงแรม Bella Villa Cabana จ.ชลบุรี มีวิทยากรอาวุโสเข้าร่วมทั้งสิ้น 9 ท่าน ประกอบด้วยวิทยากรอาวุโสจากประเทศไทย จำนวน 7 ท่าน และวิทยากรอาวุโสจากประเทศเกาหลี จำนวน 2 ท่าน โดย Mr.Sanjay Bareja วิทยากรอาวุโสของโครงการฯ จากประเทศอินเดีย เป็นผู้ดำเนินการอบรม การอบรมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางสาวอังสนา เปศะนันทน์ และนายสุวิทย์ บึงบัว ผู้แทนจากสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เข้าสังเกตการณ์การอบรมในครั้งนี้ด้วย

จัดอบรมวิทยากรอาวุโส หลักสูตร Intel® Teach Getting Started จัดอบรมวิทยากรอาวุโส หลักสูตร Intel® Teach Getting Started
จัดอบรมวิทยากรอาวุโส หลักสูตร Intel® Teach Getting Started จัดอบรมวิทยากรอาวุโส หลักสูตร Intel® Teach Getting Started จัดอบรมวิทยากรอาวุโส หลักสูตร Intel® Teach Getting Started
 
งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”
 
 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ทรงเปิดงานสัมมนา "12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ” ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 และทรงมีพระราชดำรัสเปิดงานและพระราชทานเข็มที่ระลึกและเกียรติบัตรให้แก่ บุคคล/หน่วยงาน ที่ร่วมดำเนินงาน และ/หรือ สนับสนุนโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ในการนี้โครงการ Intel Teach ได้รับพระราชทานเกียรติบัตร ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ด้วย

งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”

โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ทสรช.) ได้ดำเนินงานจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาครบ 12 ปี จึงได้จัดงานนิทรรศการและสัมมนา “12 ปีรัตนราชสุดา สารสนเทศ” โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเผยแพร่กิจกรรม ผลงานต่างๆ ของโครงการ ที่ดำเนินการภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ อีกทั้งยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานที่ร่วมกิจกรรมในโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”   งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”   งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”  

โครงการ Intel Teach ร่วมมือกับโครงการ ทสรช. ในการจัดอบรมครูอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ปี 2549 ในการจัดอบรมหลักสูตร “การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน” ระหว่างวันที่ 18 - 20 พฤศจิกายน 2549 ณ สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี อ.สมโภช ประกอบนันท์ และ อ.ภัสสรา ภูรินันทกุล วิทยากรอาวุโส เป็นผู้ดำเนินการอบรมครู 31 คนจาก 14 โรงเรียน ซึ่งกิจกรรมการอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ICT ในการจัดการเรียนรู้”

จากนั้นในปี 2550 จึงได้จัดการอบรมหลักสูตร “การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในกระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน ในโครงการ Intel Teach” ให้แก่ 22 โรงเรียน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 7 แห่ง การอบรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการมหาวิทยาลัยราชภัฏสนองพระราชดำริ: เทคโนลีสารสนเทศเพื่อการศึกษาภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีครูผ่านการอบรมทั้งสิ้น 204 ท่าน

ภายในงานนี้ โครงการ Intel Teach จึงได้คัดเลือกตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้จริงกับนักเรียนมานำเสนอ โดยมี นางสาวสุไฮล่า ใบหา และ นางสาวฉลวย มะแอ จากโรงเรียนส่งเสริมอิสลาม จังหวัดสงขลา เป็นผู้นำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ของตน เมื่อวันที่ 20 – 22 พฤศจิกายน 2551 และยังได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ ในหัวข้อ “แนวทางในการจัดการเรียนการสอนสำหรับครูเพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียน” โดยมี อ.ดร.เกษมรัสมิ์ วิวิตรกุลเกษม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยากรอาวุโสของโครงการฯ มาร่วมให้ความรู้ในครั้งนี้

งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”
งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ” งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”
งานสัมมนา “12 ปี รัตนราชสุดา สารสนเทศ”
 

 
โครงการ Intel Teach ร่วมจัดแสดงผลงาน “การประชุมวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ครั้งที่ 3”
 
 

งานประชุมวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ครั้งที่ 3 มีขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 ตุลาคม 2551 ณ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เป็นการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ผลงานให้เป็นที่ปรากฏต่อวงการวิชาการและยังมีประโยชน์ต่อเพื่อนครูและผู้สนใจทั่วไป โครงการ Intel Teach ได้รับเกียรติในการร่วมจัดแสดงผลงาน ในวันที่ 8 ตุลาคม 2551 โดยมีคณะครูและนักเรียนจาก 2 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ มาร่วมนำเสนอผลงาน ได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 จ.ฉะเชิงเทรา นำโดย นายวรวุฒิ สินบำรุง นำเสนอโครงงาน OTOP in Chacheongsao และ โรงเรียนไผทอุดมศึกษา จ.ปทุมธานี นำโดย นางสาววรรณดา คนเที่ยง นำเสนอโครงงาน วันทอง 2007

โครงการ Intel Teach ร่วมจัดแสดงผลงาน “การประชุมวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ครั้งที่ 3”   โครงการ Intel Teach ร่วมจัดแสดงผลงาน “การประชุมวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ครั้งที่ 3”

โครงการ Intel Teach ร่วมจัดแสดงผลงาน “การประชุมวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ครั้งที่ 3”   โครงการ Intel Teach ร่วมจัดแสดงผลงาน “การประชุมวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ครั้งที่ 3”

 
สพท.ชลบุรี เขต 3 จัดอบรมวิทยากรแกนนำให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน
 
 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 และโรงเรียนศรีสุวิช ร่วมกับ โครงการ Intel® Teach จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ระหว่างวันที่ 22 – 28 กันยายน 2551 ณ โรงเรียนศรีสุวิช จังหวัดชลบุรี โดยการจัดอบรมวิทยากรแกนนำครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก นายธนกฤตย์ มงคลวงษ์ และ นางภาวิตา วงษ์แก้ว ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 และ ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนศรีสุวิช ในการสนับสนุนการดำเนินการจัดอบรมฯ โดยมีวิทยากรอาวุโสของโครงการ 2 ท่าน คือ นายชัฏ ตระกูลสินทอง ครูโีีรงเรียนบางละมุง สพท.ชลบุรี เขต 3 และนางสาวภัสสรา ภูรินันทกุล วิทยากรอาวุโสประจำโครงการฯ เป็นผู้ดำเนินการอบรมในครั้งนี้ สำหรับครูที่เข้ารับการอบรมฯ นั้นมาจากกลุ่มโรงเรียนเอกชน มีจำนวนทั้งสิ้น 31 ท่าน นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2551 ซึ่งเป็นวันแรกของการอบรมฯ ยังได้จัดประชุมชี้แจงโครงการฯ แก่ผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนที่ส่งครูเข้ารับการอบรมฯ ด้วย

สพท.ชลบุรี เขต 3 จัดอบรมวิทยากรแกนนำให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน   สพท.ชลบุรี เขต 3 จัดอบรมวิทยากรแกนนำให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน
สพท.ชลบุรี เขต 3 จัดอบรมวิทยากรแกนนำให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน   สพท.ชลบุรี เขต 3 จัดอบรมวิทยากรแกนนำให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน
สพท.ชลบุรี เขต 3 จัดอบรมวิทยากรแกนนำให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน

 
สพฐ. ร่วมกับ อินเทล พัฒนาหลักสูตร Intel® Teach Essentials Course ฉบับปรับปรุง 10.1
 
 

สพฐ. ร่วมกับ อินเทล พัฒนาหลักสูตร Intel® Teach Essentials Course ฉบับปรับปรุง 10.1   สพฐ. ร่วมกับ อินเทล พัฒนาหลักสูตร Intel® Teach Essentials Course ฉบับปรับปรุง 10.1

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมปรับปรุงหลักสูตรใหม่ โครงการ Intel® Teach ระหว่างวันที่ 28 – 31 สิงหาคม 2551 ณ โรงแรมริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อปรับปรุงหลักสูตรการอบรม Intel® Teach Essentials Course 10.1 ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระบวนการจัดการเรียนการสอน การใช้เทคโนโลยี และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น 13 ท่าน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี ผู้แทนจากสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน และผู้แทนคุณครูจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาววีณา อัครธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ มาเป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ด้วย

สพฐ. ร่วมกับ อินเทล พัฒนาหลักสูตร Intel® Teach Essentials Course ฉบับปรับปรุง 10.1   สพฐ. ร่วมกับ อินเทล พัฒนาหลักสูตร Intel® Teach Essentials Course ฉบับปรับปรุง 10.1

 
โครงการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
 
 
โครงการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา กรุงเทพฯ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550– หลังจากเปิดโครงการ Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชนไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อินเทลและสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทยเดินหน้าต่อยอดโครงการฯ โดยผนึกกำลังอย่างแข็งขันกับไมโครซอฟท์ และหน่วยงานภาครัฐคือกระทรวงศึกษาธิการ กรมสรรพากร และบริษัท ไปรษณีย์ไทย เพื่อเร่งขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีจากเฉพาะในเขตชุมชนเข้าสู่โรงเรียนทั่วประเทศที่ยังขาดแคลนห้องคอมพิวเตอร์ ให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาได้อย่างเต็มที่ ภายใต้ชื่อโครงการใหม่ว่า School e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการ School e-Center: คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา เป็นโครงการส่วนขยายจากโครงการ Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน ที่อินเทลริเริ่มร่วมกับพันธมิตรเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองโครงการมีจุดมุ่งหมายตรงกันในการขยายศูนย์ คอมพิวเตอร์แบบเบ็ดเสร็จไปยังชุมชนและโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยี และเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ โดยโครงการส่วนขยายนี้มุ่งเชิญชวนให้องค์กรธุรกิจหรือนิติบุคคลต่างๆ มาร่วมเป็นผู้บริจาคเงินในการจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
กระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้บริจาคสามารถนำยอดการบริจาคดังกล่าวไปหักลดหย่อนภาษีจากกรมสรรพากรได้สูงสุดถึง 2 เท่า เพราะเป็นการบริจาคเพื่อการศึกษา นอกจากนี้ พันธมิตรทุกรายจะร่วมกันนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการบริจาคขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา”

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “กระทรวง ศึกษาธิการ และภาคเอกชนที่ร่วมดำเนินโครงการฯ ได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะรับบริจาคเพื่อจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ที่ขาดแคลนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ได้อย่างน้อย 800 แห่งภายในปีนี้ ทั้งนี้ความร่วมมือจากภาคเอกชนในครั้งนี้ นอกจากจะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในชนบทที่ห่างไกลมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในเมืองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของภาคเอกชนที่จะส่งเสริมให้การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปตามเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย”

โครงการ School e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษานี้ ยังได้การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยนอกจากกระทรวงศึกษาธิการที่จะให้การสนับสนุนด้านข้อมูลของโรงเรียนที่มีความขาดแคลนศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาแล้ว ยังได้รับการอำนวยความสะดวกในด้าน การหักภาษีจากกรมสรรพากรตามมาตรการทางภาษี “ให้ 1 ได้ 2” รวมทั้งบริษัท ไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดส่งชุดศูนย์คอมพิวเตอร์ไปยังโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรอีกด้วย

โครงการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา ในโอกาสเดียวกันนี้ มีองค์กรภาคเอกชนที่ซื้อชุดคอมพิวเตอร์จากโครงการดังกล่าวมอบให้แก่โรงเรียนแล้ว 1 แห่งด้วยกัน คือ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้กลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทย (ทีซีเอ็ม) ได้แก่ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เมโทรโปรเฟสชั่นแนลโปรดักส์ จำกัด และบริษัท เพลินจิต คอมเทค จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) จะยังคงเป็นผู้ผลิตและติดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ในโครงการฯ พร้อมทั้งดูแลในด้านการฝึกอบรมบุคลากรที่เป็นผู้ดูแลศูนย์ฯ ตลอดจนการดูแลรักษาเป็นเวลา 1 ปี ทั้งนี้ศูนย์คอมพิวเตอร์หนึ่งชุดมีราคารวมเข้าด้วยกันแบบเบ็ดเสร็จชุดละ 200,000 บาท โดยเป็นราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 350,000 บาท โดยบริษัท ห้างร้าน หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจบริจาคศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Call Center หมายเลข 1800-888-288 (โทรฟรี) หรือ ดู ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

 
พลังท้องถิ่นปฏิรูปการศึกษา
 
 

พลังท้องถิ่นปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “พลังท้องถิ่นปฏิรูปการศึกษา”
ณ โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมให้การต้อนรับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในโอกาสนี้ ว่า

พลังท้องถิ่นปฏิรูปการศึกษา การจัดงานมหกรรมการศึกษาการเรียนการสมุทรสาครสู่การปฏิบัติ เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเชื่อมโยงร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา 80 ที่ระบุว่า รัฐต้องดำเนินงานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ และทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ อีกทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์การทางศาสนาและเอกชน จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานการศึกษาให้เท่าเทียมและสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับองค์กรทางการศึกษาร่วมกันพัฒนาความรู้ให้มีความสอดคล้องกับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะส่งเสริมให้มีการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้การจัดงานในลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิดความร่วมมือในการบริหารจัดการศึกษาในการส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีความคิดที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม พร้อมทั้งมีดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

พลังท้องถิ่นปฏิรูปการศึกษา การจัดงานมหกรรมคุณภาพการเรียนการสอนฯ จัดเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทั้งยังจะช่วยปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยกำหนดกิจกรรมยี่สิบเอ็ดห้องเรียนปฏิรูป บริษัท อินเทลได้เข้าร่วมกิจกรรมในห้องเรียนแห่งอนาคต ซึ่งเป็นแนวคิดของการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งในห้องเรียน และ นอกห้องเรียน โดยได้รับความร่วมมือจาก อ.ชัฏ ตระกูลสินทอง จากโรงเรียน บางละมุง นำรูปแบบของการ เรียนรู้ บูรณาการ สู่นวัตกรรม ในห้องเรียนต้นแแบบที่ได้ดำเนินการอยู่ที่โรงเรียนมานำเสนอ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงจากผู้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ออนไลน์ ที่เกิดขึ้น หรือ รูบแบบการจัดวางคอมพิวเตอร์บนโต๊ะหกเหลี่ยมซึ่งเอื้อต่อการทำกิจกรรมกลุ่มของเด็กนักเรียน เพื่อการพัฒนาทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นในศตวรรษ ที่ 21

พลังท้องถิ่นปฏิรูปการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบของการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการจัดการของ Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของอินเทล เอทีซีไอ และซิป้า ซึ่งต้องการขยายศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ครบวงจรไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคนในชุมชนสามารถใช้ศูนย์ดังกล่าวเป็นแหล่งข้อมูล ใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เหมาะกับคนในท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนทั้งในด้านการทำงานและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้ได้มากที่สุด เมื่อใดก็ตามที่คนในชุมชนมีทักษะความรู้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ในที่สุด

 
Intel® Teach ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
 
 
Intel® Teach  ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กรุงเทพฯ, 22 สิงหาคม 2550 -- บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการ Intel® Teach ในประเทศไทย โดยล่าสุดได้ขยายขอบเขตการอบรม ให้แก่ครูสังกัดโรงเรียนในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาของโรงเรียนในชนบท (ทสรช.) ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่านความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดกิจกรรมการประชุมสำหรับผู้บริหาร แนะนำหลักสูตรการอบรมครูในโครงการ Intel® Teach เพื่อเพิ่มความเข้าใจและความสามารถในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปผนวกกับการวางแผนการสอนและการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ภายในชั้นเรียนให้ดียิ่งขึ้น

Intel® Teach  ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ รองประธานคณะกรรมการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตาม พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า “โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เล็งเห็นว่าโครงการ Intel® Teach เป็นโครงการส่งเสริมการใช้ และบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาเรียนรู้ที่มีประโยชน์ มีหลักสูตรอบรมสำหรับครูประจำการที่สามารถนำไปกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน รวมถึงการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษนี้ได้ จึงได้จัดการประชุมสำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฎ 7 แห่งและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในโครงการ “มหาวิทยาลัยราชภัฎสนองพระราชดำริ: เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา” เพื่อประสานความร่วมมือในการดำเนินงานระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงเรียนในโครงการฯ นำโครงการ Intel® Teach ไปอบรมครูสาระในโรงเรียนที่อยู่ภายใต้โครงการฯ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และผู้บริหารโรงเรียนในโครงการ ทสรช.”


Intel® Teach  ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี Intel® Teach  ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มผู้ให้การอบรมของโครงการ Intel® Teach จะเป็นผู้ให้การอบรมแก่ครูจากโรงเรียนในโครงการฯ เพื่อสร้างครูแกนนำจากทุกโรงเรียนภายในปีนี้ และให้ครูแกนนำเหล่านี้ไปอบรมเพื่อนครูในโรงเรียนของตนต่อในอัตราส่วน 1:20 โดยทางมหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 7 แห่งจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนต่างๆ ในโครงการเพื่อให้แน่ใจว่าครูจะสามารถนำความรู้จากโครงการไปต่อยอดได้อย่างจริงจังและเกิดความยั่งยืนขึ้นเมื่อนักศึกษาครูที่ออกปฏิบัติการโรงเรียนในชนบท มีประสบการณ์การนำความรู้ตามแนวทางของโครงการ Intel® Teach ไปบูรณาการการสอนได้ นับเป็นความก้าวหน้าอีกขึ้นหนึ่งของโครงการฯ ที่สามารถขยายขอบเขตการอบรมไปสู่สถานศึกษาต่างๆ ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาทางด้านทักษะการเรียนการสอนของนักเรียนและครู พัฒนาไปได้อย่างพร้อมกันทั่วประเทศ และถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการพัฒนาทักษะเรียนรู้ของนักเรียนไทย”

Intel® Teach  ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กิจกรรมโครงการนี้จะส่งผลให้โรงเรียนในชนบทที่เข้าร่วมโครงการนำร่อง 14 แห่ง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 4 แห่ง รวมทั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม 3 แห่ง รวมทั้งหมด 21 โรงเรียนได้รับการพัฒนาด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 

 

Intel® Teach  ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ อินเทลยังได้เชิญ ผู้เชี่ยวชาญชาญต่างประเทศ,Juliana Chow ผู้จัดการโครงการทางการศึกษา ประจำภูมิภาคเอเซีย มาร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ ในหัวข้อ “ผู้บริหารกับการพลิกโฉมการพัฒนาการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21” (Intel® Education Initiative – Leadership Forum).

 

 

เกี่ยวกับโครงการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2538 โดยมีกิจกรรมที่ให้ความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาความรู้และศักยภาพของเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสในสังคม ตลอดจนผู้พิการ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความเท่าเทียมในโอกาสทางการศึกษาและการอาชีพมากขึ้น

 
อินเทลจับมือเอทีซีไอและซิป้า เปิดตัวโครงการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน
 
 
กรุงเทพฯ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 – บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทย ซึ่งดำเนินการภายใต้สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) เปิดตัวโครงการ “Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน” โดยได้รับ แรงสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเร่งเพิ่มโอกาส การเข้าถึงข้อมูลความรู้แบบดิจิตอลด้วยระบบไอทีให้กระจายไปยังชุมชนทั่วประเทศได้เร็วขึ้น

ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชนดังกล่าวประกอบด้วยชุดคอมพิวเตอร์ซึ่งรวมซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการดูแลรักษา และการฝึกอบรมบุคลากรที่เป็นผู้ดูแลศูนย์ฯ รวมเข้าด้วยกันแบบเบ็ดเสร็จ ในราคาพิเศษ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชนและเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาด้านงบประมาณและข้อจำกัดด้านการติดตั้งศูนย์การเรียนรู้ซึ่งองค์กรท้องถิ่นประสบอยู่ในปัจจุบัน พื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชนและเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาด้านงบประมาณและข้อจำกัดด้

อินเทลจับมือเอทีซีไอและซิป้า เปิดตัวโครงการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “อินเทลคาดว่าโครงการ “Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน” จะมีส่วนช่วยให้ท้องถิ่นต่างๆ มีศูนย์คอมพิวเตอร์ที่จะเป็นประโยชน์แก่คนในชุมชน รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 แห่งภายในระยะเวลา 6 เดือนแรกที่เริ่มโครงการฯ ซึ่งศูนย์เหล่านี้สามารถให้บริการแก่คนในชุมชนได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคนต่อปี”

นายเอกรัศมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของอินเทล เอทีซีไอ และซิป้า ซึ่งต้องการขยายศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ครบวงจรไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคนในชุมชนสามารถใช้ศูนย์ดังกล่าวเป็นแหล่งข้อมูล ใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เหมาะกับคนในท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนทั้งในด้านการทำงานและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้ได้มากที่สุด เมื่อใดก็ตามที่คนในชุมชนมีทักษะความรู้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ในที่สุด”

อินเทลจับมือเอทีซีไอและซิป้า เปิดตัวโครงการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน สำหรับบทบาทของอินเทลในโครงการนี้ นอกจากจะเป็นผู้ริเริ่มและบริหารโครงการฯ แล้ว อินเทลยังช่วยจัดหาหลักสูตรที่เหมาะสมต่อการใช้อบรมบุคลากรที่จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านบริหารจัดการศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชนดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรเหล่านี้จะสามารถดำเนินการบริหารศูนย์ฯ ต่อไปได้อย่างราบรื่นและตรงตามความต้องการของชุมชน นอกจากนี้อินเทลยังเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพให้กับกลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทย เช่น เมนบอร์ดและโปรเซสเซอร์ โดยอินเทลจัดสรรให้ในราคาพิเศษเฉพาะสำหรับโครงการนี้เท่านั้น เพื่อช่วยให้องค์กรส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่ยังประสบปัญหาทางด้านงบประมาณและความรู้ที่มีอยู่อย่างจำกัดในการเลือกอุปกรณ์ สามารถให้บริการคนในชุมชนที่ยังขาดโอกาสในจุดนี้ด้วยเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติต่างๆ ครบถ้วน

ทางด้านนายวีระ อิงค์ธเนศ ประธานกลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) กล่าวว่า “กลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทยของเอทีซีไอ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เมโทรโปรเฟสชั่นแนลโปรดักส์ จำกัด และบริษัท เพลินจิต คอมเทค จำกัด จะเป็นผู้ผลิตชุดคอมพิวเตอร์ให้กับโครงการนี้ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่ในแพ็คเกจของโครงการฯ เช่น โทรทัศน์ พริ๊นเตอร์ และจัดหาผู้รับเหมาที่จะเข้าไปดำเนินการตกแต่งและติดตั้งระบบให้กับศูนย์ฯ ของโครงการดังกล่าวในราคารวมทั้งสิ้นไม่เกินสองแสนบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งแพ็คเกจนี้เราสามารถทำได้ในราคาพิเศษ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนโปรเซสเซอร์และเมนบอร์ดจากอินเทลที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับโครงการนี้ รวมทั้งยังเน้นการใช้ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้นอย่างมีคุณภาพในประเทศไทยอีกด้วย”

“สมาชิกในกลุ่มผู้ผลิตฯ ทั้งสี่บริษัท จะใช้ช่องทางการจำหน่ายของแต่ละบริษัทตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ในการนำเสนอโครงการนี้ให้กับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นตามชุมชนต่างๆ ที่ต้องการจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อให้บริการชุมชนด้านการศึกษา โดยหน่วยงานเหล่านี้สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับชุดอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีคุณภาพสูงและครบถ้วนตรงกับความต้องการใช้งานของชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในการติดตั้งชุดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับศูนย์คอมพิวเตอร์แต่ละแห่ง จะต้องดำเนินการโดยบริษัทคอมพิวเตอร์ในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อความสะดวกต่อการดูแลระบบ และยังเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจในท้องถิ่นได้มีโอกาสบริการชุมชนของตนเองอีกด้วย สำหรับองค์กรระดับท้องถิ่นที่สนใจติดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ของโครงการนี้ให้กับชุมชนของตน สามารถติดต่อผ่านหน่วยงานของกลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทยที่สังกัดภายใต้ เอทีซีไอ ซึ่งมีสำนักงานกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” นายวีระ กล่าวเสริม

ดร.อาวุธ พลอยส่องแสง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า “ซิป้ายินดีให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการกระจายการเข้าถึงข้อมูดิจิตอลไปสู่ประชาชนทั่วประเทศมาโดยตลอด สำหรับเครือข่ายของซิป้าเองที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยนั้น เราพบว่าองค์กรในแต่ละท้องถิ่นมีความต้องการสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ แต่องค์กรท้องถิ่นเหล่านั้นไม่มีความรู้เพียงพอว่าศูนย์ที่สมบูรณ์ควรจะต้องมีองค์ประกอบอย่างไร โครงการ Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน จะช่วยให้องค์กรท้องถิ่นสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์ให้กับชุมชนได้เร็วขึ้นและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซิป้ามีความพร้อมเต็มที่ที่จะให้การสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการให้บริการแก่คนในชุมชนอย่างแท้จริง”

สำหรับ “โครงการ Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน” ที่เปิดตัวในครั้งนี้ นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่อินเทลได้รับจากการโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดยร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยอินเทลและกระทรวงไอซีทีได้มอบโครงการดังกล่าวให้กับชุมชนในเขต อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 โดยอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภออุทัย ในเวลาสามเดือนหลังจากส่งมอบโครงการฯ พบว่าคนในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างในโรงงานและเป็นนักเรียน

ให้ความสนใจและกระตือรือร้นเข้ารับการอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในหน้าที่การงานให้ดีขึ้น

โครงการ Community e-Center: ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของโครงการ Intel World Ahead ซึ่งอินเทลได้ประกาศเปิดตัวทั่วโลกเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและการศึกษาได้เร็วขึ้น โครงการ Intel World Ahead นับเป็นยุทธศาสตร์เดิมในการบูรณาการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านดิจิตอลของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Intel World Ahead ได้ที่ http://www.intel.com/worldahead 

ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นองค์การที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมีพันธกิจในการสร้างทักษะให้กับบุคลากร ขับเคลื่อนการสร้างงาน และการสร้างตลาดทั้งในและต่างประเทศให้กับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ผู้สนใจสามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.sipa.or.th/th/home/index.php

ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย
สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทยเป็นองค์กรทางการค้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งแรกที่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2532 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้การสนับสนุนและสร้างความเป็นเลิศในด้านต่างๆ เช่น คุณภาพ ผลิตภัณฑ์และการให้บริการ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจและสังคมไทยโดยรวม กลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไทยภายใต้เอทีซีไอ ประกอบด้วย บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เมโทรโปรเฟสชั่นแนลโปรดักส์ จำกัด และบริษัท เพลินจิต คอมเทค จำกัด ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.atci.or.th

 
ศธ.เดินหน้าจัดมหกรรมอินเตอร์เน็ตสร้างสรรค์ 5 ภูมิภาค
 
 
ศธ.เดินหน้าจัดมหกรรมอินเตอร์เน็ตสร้างสรรค์ 5 ภูมิภาค
กระทรวงศึกษาธิการ : นายณรงค์ ลมลอย ผู้อำนวยการศูนย์อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัยเพื่อเยาวชนกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการจัด “มหกรรมอินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์ 5 ภูมิภาค” ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 4 อาคารรัชมังคลาภิเษก

นายณรงค์ ลมลอย ผู้อำนวยการศูนย์อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัยเพื่อเยาวชนกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการจัดให้มีโครงการมหกรรมอินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์ 5 ภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ตในสถานศึกษาและสนับสนุนเยาวชนให้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในแนวทางและการใช้เว็บไซต์ www.sema.go.th เพื่อช่วยในการเรียนการสอนและเสริมทักษะการใช้อินเทอร์เน็ต

นายณรงค์ ลมลอย กล่าวต่ออีกว่า ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้จัดประชุมโดยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดทำร่างหลักสูตรเสริมทักษะฯ และแผนการสอนการใช้อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัย มติที่ประชุมได้กำหนดเป็น 3 กลุ่มการเรียนรู้ คือ กลุ่มสารสนเทศออนไลน์ 12 กิจกรรม กลุ่มการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้และสร้างสรรค์ 7 กิจกรรม กลุ่มเพื่อนออนไลน์และข้อมูลส่วนบุคคล 6 กิจกรรม จากนั้นจะนำกิจกรรมนี้ไปทดลองใช้ในโรงเรียนต้นแบบจำนวน 3 โรง คือ โรงเรียนวัดสระสี่มุมเมือง จ.นครปฐม โรงเรียนปัญญาวรคุณ กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโรงเรียนวัดสวัสดิวารีศรีมาราม กรุงเทพมหานคร สังกัดกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการศูนย์อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัยเพื่อเยาวชนกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับกิจกรรม Road Show 5 ภูมิภาค จะจัดให้มีการประชาพิจารณ์ หลักสูตรและมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัยจึงพร้อม เปิดกว้างให้กลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหาร ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคประชาชนทั่วไปได้ร่วมแสดงความคิดเห็นให้ข้อเสนอแนะและปัญหาอุปสรรค์ โดยกำหนดระยะเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน โดยเริ่มจากจังหวัดเชียงใหม่ 1– 2 มิถุนายน จังหวัดนนทบุรี 13 – 17 มิถุนายน จังหวัดขอนแกน 6 – 7 กรกฎาคม จังหวัดระยอง 3 – 4 สิงหาคม และจังหวัดนครศรีธรรมราช 31 สิงหาคม – 1 กันยายน ส่วนกำหนดการเริ่มพิธีเปิดในเวลา 09.30 น. โดย ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 10.15 – 12.00 น. ประชาพิจารณ์หลักสูตรเสริมทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตสร้างสรรค์และปลอดภัย กิจกรรมอบรมการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ด้วยโปรแกรมประยุกต์ กิจกรรมอบรมการจัดกิจกรรมเสริมทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนผ่านเว็บไซต์ www.sema.go.th กิจกรรมอบรมภาษาออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.sema.go.th โดยวิทยากรผู้มากประสบการณ์และ มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อีกมากภายในงาน

 
นักเรียนไทยคว้ารางวัลจากงานอินเทล ไอเซฟ
 
 
นักเรียนไทยคว้ารางวัลจากงานอินเทล ไอเซฟ กรุงเทพฯ, 21 พฤษภาคม 2550 - นักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้สำเร็จ ด้วยการคว้ารางวัลมาได้ถึงสองรางวัลจากการส่งผลงานประกวดประเภททีม ในงานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรือ อินเทล ไอเซฟ (Intel International Science and Engineering Fair – Intel ISEF) ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่เมืองอัลบูเคอร์กี รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทีมนักเรียนที่สร้างชื่อเสียงในครั้งนี้ได้แก่ นางสาวณัฐนรี ศิริวัน นายนฐพล สุโภไควณิช และนายกรวิชญ์ นิยมเสถียร จากโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความลับในการหุบใบของต้นไมยราบ (The secret in Mimosa's leaf folding pattern)

สำหรับรางวัลที่นักเรียนไทยได้รับนั้น คือรางวัล First Award ประเภททีม มูลค่า 3,000 เหรียญสหรัฐ และได้รับเชิญเข้าร่วมในงาน European Union Contest for Young Scientists ที่เมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน นอกจากนี้ นักเรียนไทยกลุ่มนี้ยังได้รับสิทธิจากเอ็มไอที ลินคอล์น แล็บบอราทอรี (MIT Lincoln Laboratory) ในการนำเสนอนามสุกลของทั้ง 3 ไปยังสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (เอไอยู) เพื่อตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยเป็นลำดับถัดไป

นักเรียนไทยคว้ารางวัลจากงานอินเทล ไอเซฟ นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนไทยทั้งสามคนที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่นักเรียนไทยเราเคยได้รับรางวัลจากงานนี้ในปีที่ผ่านมา ความสำเร็จครั้งนี้ผมถือว่ามี ความหมายอย่างมาก เพราะนักเรียนต้องทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาค้นคว้าเพื่อให้ได้ผลงานที่สามารถส่งเข้าแข่งขันร่วมกับนักเรียนอื่นๆ จากทั้งหมด 51 ประเทศทั่วโลก สำหรับรางวัลที่นักเรียนไทยได้รับ ตลอดจนรางวัลอื่นๆ ที่มีการมอบให้กับนักเรียนที่ชนะการประกวดรวมทั้งสิ้น 1,500 คนนั้น สะท้อนให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์เหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความคิดสร้างสรรค์ที่สุดในระดับโลก”

นอกเหนือจากนักเรียนทั้งสามคนที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ยังมีผลงานของนักเรียนไทยอีกสามผลงานที่ได้ร่วมประกวดในงานอินเทล ไอเซฟ ปีนี้ด้วยเช่นกัน ผลงานทั้งสามได้แก่โครงงานเรื่อง “การตรวจสอบผู้ใช้ด้วยรหัสผ่านและข้อมูลรูปแบบการพิมพ์ ภาค 2” ซึ่งพัฒนาโดยนายพีรเดช บางเจริญทรัพย์ จากโรงเรียนบูรณะรำลึก โครงงานเรื่อง “การพัฒนาเครื่องบินบังคับเล็กเพื่อใช้ในการสำรวจทางอากาศ” ซึ่งพัฒนาโดยนายวงศกร ลิ้มศิริ จากโรงเรียนสิรินธร และโครงงานเรื่อง “หุ่นยนต์เก็บตัวอย่างน้ำ” ซึ่งพัฒนาโดยนางสาวปิติพร ปีติ นางสาวศรีวรรณ พจน์ทวีเกียรติ และนายนนทชัย สุรตริยานนท์

สำหรับรางวัลที่มีการมอบให้กับผู้ชนะการประกวดจากงานอินเทล ไอเซฟ ในปีนี้ นอกจากรางวัลที่นักเรียนไทยได้รับแล้ว ยังมีรางวัลและทุนการศึกษาอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนรางวัลที่อินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้มอบให้กับผู้ชนะจากงานนี้ประกอบด้วย รางวัล “Best of Category” จำนวน 18 รางวัล ซึ่งผู้ชนะเลิศการแข่งขันในแต่ละประเภท จะได้รับทุนการศึกษามูลค่ารางวัลละ 5,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมด้วยคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ใช้อินเทล เซนทริโน ดูโอ โมบายล์ เทคโนโลยี อีกรางวัลละหนึ่งเครื่อง

ตลอดเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา อินเทลได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน อินเทล ไอเซฟ ด้วยเงินสนับสนุนมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในระดับโลก เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา นับตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งเป็นปีแรกที่อินเทลเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานอินเทล ไอเซฟ จวบจนปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมแข่งขันในงาน อินเทล ไอเซฟ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 (รวมแล้วกว่า 1,500 คน) และมีประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันจากประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 หรือมากกว่า 51 ประเทศ

 
เยาวชนโครงงาน “ต้อยติ่ง” ตะลึงเสิร์ชชื่อตัวเองกลายเป็น
“ดาวเคราะห์น้อย”
 
 
Ref. โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 พฤษภาคม 2550 23:26 น.

เยาวชนโครงงาน"ต้อยติ่ง"ตะลึงเสิร์ชชื่อตัวเองกลายเป็น "ดาวเคราะห์น้อย" 3 เยาวชนผู้ถูกนำชื่อไปตั้งให้กับดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่ (ซ้ายไปขวา)
ทนงศักร ครองรัฐและสุขสันต์

1 ใน 3 เยาวชนไทยเจ้าของโครงงาน “ต้อยติ่ง” ที่คว้ารางวัลระดับโลกเมื่อปี 2549 เผยตกใจและดีใจที่เมื่อค้นชื่อตัวเองบนอินเทอร์เน็ตกลับกลายเป็นชื่อดวงดาว หลังนาซานำไปตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้คว้ารางวัล
แกรนด์อะวอร์ด แจงเพิ่งทราบข่าวดีนี้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์

หลังจากที่องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้ยกย่อง 3 เยาวชนไทยผู้ทำโครงงาน “การแตกตัวของฝักต้อยติ่ง”ที่คว้ารางวัลแกรนด์อะวอร์ด (Grand Award) จากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ในงานอินเทลไอเซฟ (Intel International Science and Engineering Fair: ISEF) ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2549 ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยนำชื่อของพวกเขาไปตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่

ทั้งนี้ ชื่อดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่ ได้เแก่ ดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 1998HH88 ตั้งชื่อว่า 21464 Chinaroonchai ตามชื่อของ ทนงศักร ชินอรุณชัย, ดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 1998QE11 ตั้งชื่อว่า 21540 Itthipanyanan ตามชื่อของ สุขสันต์ อิทธิปัญญานันท์ และดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 1999NR11 ตั้งชื่อ ว่า 21632 Suwanasri ตามชื่อของครองรัฐ สุวรรณศรี

นายทนงศักร ชินอรุณชัย 1 ใน 3 เยาวชนผู้ทำโครงงานการแตกตัวของฝักต้อยติ่งและได้รับเกียรติดังกล่าวเผยว่า เพิ่งทราบมาประมาณ 1 สัปดาห์ว่าชื่อของเขาและเพื่อนถูกนำไปใช้ตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อย โดยเขาลองค้นชื่อตัวเองในอินเทอร์เน็ตดูเล่นๆ และแปลกใจที่เห็นตัวเองถูกนิยามเป็นดาวเคราะห์น้อย แต่หลังจากนั้น 3-4 วันทางนายนิพนธ์ ศรีนฤมล อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ของเขาในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้แจ้งข่าวให้ทราบ

“ตกใจครับ พิมพ์ชื่อตัวเองในอินเทอร์เน็ตและเปิดเข้าไปก็เห็นชื่อเราเป็นดวงดาว เป็นอุกาบาต 'คุณเป็นอุกาบาต' เขาใช้คำว่า Asteroid น่าจะแปลว่าดาวเคาะห์น้อย คุณแม่ก็งงว่าทำไมลูกกลายเป็นดวงดาวไปแล้ว” ทนงศักร กล่าว และแจงต่อว่าผู้ที่ได้รับรางวัลแกรนด์อะวอร์ดจากการประกวดโครงงานของอินเทลไอเซฟในแต่ละปีจะถูกนำชื่อไปตั้งให้กับดาวเคราะห์น้อยเป็นประเพณี แต่ตอนไปประกวดโครงงานเขาก็ไม่ทราบมาก่อน

ทางด้านนายสุขสันต์ อิทธิปัญญานันท์ เยาวชนอีกคนที่ได้เกียรตินี้กล่าวว่าเขาไม่ทราบมาก่อนเลยว่าจะมีการตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยตามชื่อของเขา แต่เพื่อนๆ ชาวอเมริกันได้ค้นชื่อของเขาเข้าผ่านทางกูเกิลและพบว่าชื่อของเขาถูกนำไปตั้งให้กับดาวเคราะห์น้อย พวกเขาตื่นเต้นมากและรีบมาบอกเขาทันที แรกทีเดียวเขารู้สึกแปลกใจและได้ค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหลังจากนั้นแล้วพบว่าอินเทลไอเซฟได้รับสิทธิจากนาซาให้ใช้นามสกุลของเขาและเพื่อนไปตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยเพื่อเป็นเกียรติที่พวกเขาชนะรางวัลแกรนด์อะวอร์ดจากการแข่งขันอินเทลไอเซฟ 2006

“แต่ตอนนี้ก็มีข่าวที่น่าสนใจกว่านี้นะครับ คณะนักเรียนจากเตรียมอุดมฯ เพิ่งได้รับรางวัลแกรนด์อะวอร์ดจากการแข่งขันงานเดียวกันในปีนี้ด้วย ผมรู้สึกยินดีและตื่นเต้นมากเพราะผมเพิ่งคุยกับน้องๆ ก่อนวันนำเสนอผลงานไม่นานนี่เอง” สุขสันต์กล่าวถึงความตื่นเต้นพร้อมเอ่ยถึงข่าวดีของน้องๆ ที่เคยเรียนด้วยกันได้รับรางวัลแกรนด์อะวอร์ดจากโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการหุบของใบไมยราพในการแข่งขันอินเทลไอเซฟ 2007

ปัจจุบัน ทนงศักร กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนสุขสันต์กำลังจะจบการศึกษาในชั้น ม.ปลายปีสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกาและเตรียมศึกษาต่อทางด้านชีววิทยาด้วยทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขณะที่ ครองรัฐ กำลังศึกษาทางด้านธรณีฟิสิกส์ที่สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนของบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

 
3 เด็กไทยนำ "การหุบใบของไมยราบ" คว้าโครงงานชนะเลิศระดับโลก
 
 
Ref. โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2550 20:58 น.

3 เด็กไทยนำ "การหุบใบของไมยราบ" คว้าโครงงานชนะเลิศระดับโลก เรียงซ้ายไปขวา บอล พลอย ท็อป และอาจารย์นิพนธ์ กับความภาคภูมิใจเมื่อคว้ารางวัลใหญ่จากสหรัฐอเมริกามาครองได้

หลังจากตื่นเต้นกับ 3 เยาวชนไทยที่ชื่อของพวกเขาได้รับเกียรติให้ตั้งเป็นชื่อของดาวเคราะห์น้อย อันเนื่องมาจากรางวัล "แกรนด์อะวอร์ด" ที่ได้รับจากการแข่งขัน "อินเทลไอเซฟ" เมื่อปีก่อน และในปีนี้ 3 นักเรียนไทยก็เดินตามรอยรุ่นพี่ที่สามารถคว้ารางวัลการประกวดโครงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาได้ด้วยโครงงานชื่อเท่ๆ และใกล้ตัวที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอย่าง "รูปแบบการหุบของใบไมยราบ"

1 สาวกับ 2 หนุ่มรั้วโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา "พลอย" ณัฐนรี ศิริวัน "ท็อป" กรวิชญ์ นิยมเสถียร และ "บอล" ณฐพล สุโภไควณิช 3 เยาวชนที่ไปสร้างชื่อให้กับประเทศไทย โดยคว้ารางวัลชนะเลิศ (Grand Awards) ในการแข่งขัน "อินเทล ไอเซฟ 2007" (Intel International Science and Engineering Fair: Intel ISEF 2006) ระหว่างวันที่ 13- 18 พ.ค. ณ เมืองอัลบูเคอร์กี มลรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

3 เด็กไทยนำ "การหุบใบของไมยราบ" คว้าโครงงานชนะเลิศระดับโลก เยาวชนทั้ง 3 นำการศึกษาในโครงงาน "รูปแบบการหุบของไมยราบ" ไปคว้ารางวัลยิ่งใหญ่ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ ได้จัดแถลงข่าวและแสดงความยินดี แก่น้องๆ ทั้ง 3 โดยพวกเขาเผยว่า ได้รับประสบการณ์มากมาย และเป็นโอกาสสำคัญได้เปิดหูเปิดตา ได้เห็นความสามารถ แนวคิด และการทำงานร่วมกันของเยาวชนจากประเทศอื่นๆ ซึ่งปรับใช้กับการทำงานของตัวเองต่อไปได้

คว้าที่ 1 รางวัลใหญ่สาขาพฤกษศาสตร์

สำหรับการประกวดครั้งนี้ ทั้ง 3 เล่าว่า มี 51 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน และมีโครงงานวิทยาศาสตร์ร่วมประกวดถึง 1,500 โครงงานด้วยกัน โดยโครงงานวิทยาศาสตร์ของพวกเขาสามารถชนะเลิศรางวัลแกรนด์อะวอร์ดส์ รางวัลที่ใหญ่ที่สุดของการประกวดประเภททีมในสาขาพฤกษศาสตร์ (Plant Science) มาได้ และได้รับคัดเลือกจากเอ็มไอที ลินคอล์น แล็บบอราทอรี (MIT Lincoln Laboratory) เสนอนามสุกลของทั้ง 3 ไปยังสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (เอไอยู) เพื่อตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยเป็นลำดับที่ 4, 5 และ 6 หลังจากรุ่นพี่รั้วเตรียมอุดมศึกษาในทีม "การแตกตัวของฝักต้อยติ่ง" ซึ่งชนะการประกวดเวทีเดียวกันเมื่อปีที่แล้วเพิ่งได้รับการเสนอชื่อใน 3 อันดับแรกเมื่อไม่นานนี้

ทั้งนี้ "พลอย" ว่าที่นักศึกษาแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ, "ท็อป" ว่าที่นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ "บอล" ว่าที่นิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เช่นกัน ยังเป็นตัวแทนเพียงทีมเดียวจากเวทีอินเทล ไอเซฟ 2007 ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในงานการประกวดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์แห่งสหภาพยุโรป ที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 14 -19 ก.ย.นี้ด้วย

3 เด็กไทยนำ "การหุบใบของไมยราบ" คว้าโครงงานชนะเลิศระดับโลก เริ่มจากสังเกต และทำด้วยใจรักอยากรู้

ส่วนโครงงานวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น สมาชิกทีม "รูปแบบการหุบของใบไมยราบ" เล่าถึงที่มาของโครงงานนี้ว่า เกิดมาจากความสนใจของท็อป ที่ได้สังเกตลักษณะการหุบใบของต้นไมยราบซึ่งมีอยู่ทั่วไปในโรงเรียนโดยบังเอิญ จากนั้นจึงชวนพลอยและท็อปซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นไปเล่นไปสังเกตจนนำมาสู่การตั้งคำถามร่วมกันว่า มีปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้ใบของต้นไมยราบหุบตัว และการหุบตัวของใบไมยราบจะเหมือนๆ กันในทุกๆ รูปแบบการกระตุ้นหรือไม่

พร้อมกันนี้ ทั้งหมดยังได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่อย่างทีม "คลื่นการเดินของกิ้งกือ" และทีม "การแตกของฝักต้อยติ่ง" รวมกับคำปรึกษาจากที่ปรึกษาโครงงานคืออาจารย์นิพนธ์ ศรีนฤมล ผลักดันให้เกิดการคิดตั้งคำถาม จนถึงการตั้งสมมติฐาน การทดลอง การลองผิดลองถูกเรื่อยมากว่า 1 ปีจนโครงงานประสบความสำเร็จ และได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดระดับประเทศของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ มาได้ โดยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเวทีอินเทล ไอเซฟ 2007 ในที่สุด

"ทีมของเราพยายามพิสูจน์ว่าทำไมใบไมยราบถึงหุบตัว โดยการหยดน้ำแป้งข้าวโพดจากระดับความสูงต่างๆ 15 ระดับความสูงด้วยสายน้ำเกลือตามโรงพยาบาลซึ่งหาง่ายและเที่ยงตรงสูง ไม่ต้องใช้เครื่องมือแพงๆ ทั้งนี้เพื่อหาความสัมพันธ์ของแรงกระทำจากน้ำแป้งที่ส่งผลต่อการหุบของใบไมยราบ โดยพบว่าเมื่อน้ำแป้งมากระทบกับใบแล้วจะทำให้ใบใหญ่ของไมยราบทั้งใบแกว่งขึ้นลง จนแรงสั่นสะเทือนไปกระตุ้นให้ใบไมยราบหุบตัวทั้งใบอย่างรวดเร็ว ทั้งในส่วนของใบย่อยและใบใหญ่ ไล่จากจุดที่ได้รับการกระตุ้นไปสู่จุดๆ อื่นและใบข้างเคียง"

"หากหยดน้ำแป้งที่ปลายใบ การหุบก็จะเริ่มที่ปลายใบและไล่ไปยังโคนใบ และกลับกันหากหยดน้ำแป้งลงที่โคนใบ มันก็จะหุบใบจากโคนใบไปหายอด" สมาชิกทีมเล่าถึงการหุบใบของไมยราบ ซึ่งไมยราบเป็นพืชที่ภายในหนึ่งใบใหญ่ประกอบด้วยใบย่อยเรียงกันเป็นคู่ๆ หลายสิบคู่ โดยคาดว่าการหุบใบน่าจะเป็นกลไกหนึ่งของการพรางตัวและป้องกันตัวจากอันตรายของต้นไมยราบ

การหุบใบของไมยราบมี 2 รูปแบบ

ไม่เพียงเท่านั้น 3 เยาวชนยังตั้งข้อสังเกตต่อว่า หากหยดน้ำแป้งโดยไม่ทำให้ก้านใบแกว่งไปทั้งใบ ไมยราบจะมีรูปแบบการหุบใบเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่ ทั้งหมดจึงออกแบบการทดลองใหม่ซึ่งไม่ทำให้ก้านใบแกว่งเมื่อได้รับแรงกระตุ้น ก็พบว่า รูปแบบการหุบใบเปลี่ยนไป คือ ไม่ได้หุบทั้งใบ แต่จะค่อยๆ หุบใบย่อยทีละคู่ๆ เฉพาะของใบใหญ่ที่ถูกกระตุ้น ทั้ง 3 จึงตั้งสมมติฐานได้ในเบื้องต้นว่า ปัจจัยที่ทำให้ไมยราบหุบใบลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนแน่นอน

อย่างไรก็ดี ทั้ง 3 เผยว่า ก็ไม่ปักใจเชื่อว่าแรงสั่นสะเทือนจะเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้ใบไมยราบหุบตัว จึงทดลองตัดใบไมยราบและการให้ความร้อนจี้ไปที่ใบเพื่อสังเกตรูปแบบการหุบใบเพิ่มด้วย โดยพบว่าการตัดใบและการให้ความร้อนจะมีผลทำให้รูปแบบการหุบใบเปลี่ยนไป แต่มีการตอบสนองน้อยกว่าการทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด โดยการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์มาสร้างกราฟเปรียบเทียบผลการทดลองให้เห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

"ไมยราบมีรูปแบบการหุบ 2 แบบเมื่อกระตุ้นด้วยการสัมผัส ผลการทดลองพบว่า รูปแบบการหุบแบบแผงเกิดขึ้นเมื่อกระตุ้นแล้วเกิดการแอ่นของก้านใบย่อย ส่วนรูปแบบการหุบแบบเรียงคู่ใบเกิดจากเมื่อกระตุ้นแล้วเกิดสัญญาณที่เป็นคลื่นกลตามยาว ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสัญญาณอื่นคือ มีการสูญของสัญญาณ เช่น เมื่อเรากระตุ้นด้วยพลังงานที่มากขึ้น จำนวนใบย่อยที่หุบจะมากขึ้นด้วย แต่ใบย่อยในหนึ่งใบใหญ่อาจจะไม่หุบทั้งหมด และอัตราเร็วของสัญญาณชนิดนี้จะมากกว่าสัญญาณอื่นๆ" ทีมทดลองสรุป

3 เด็กไทยนำ "การหุบใบของไมยราบ" คว้าโครงงานชนะเลิศระดับโลก ใช้ "ไมยราบ" คาดการณ์แผ่นดินไหวได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เข้าร่วมการประกวด ทั้ง 3 ก็ยอมรับว่า ตื่นเต้นและประหม่าไปบ้างกับการเดินทางไปร่วมการประกวด และการที่ต้องนำเสนอผลงานให้กับคณะกรรมการหลายต่อหลายรายได้รับทราบ โดยต้องนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการฟังรอบแล้วรอบเล่าก็เหน็ดเหนื่อยพอตัว แต่พวกเขาก็ทำด้วยความเต็มใจและกระตือรือร้นที่จะนำเสนอผลงานให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ได้ลงแรงลงใจทำโครงงานมากว่า 1 ปี

ขณะเดียวกันทั้ง 3 ยังเสนอด้วยว่า ประโยชน์ที่เชื่อว่าจะได้จากการทดลองนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ไมยราบเพื่อตรวจวัดความรุนแรงและทิศทางของการสั่นสะเทือน ซึ่งอาจนำไปใช้ตรวจวัดความรุนแรงและทิศทางของการเกิดแผ่นดินไหวได้ด้วย หรือแม้กระทั่งนำไปใช้ตรวจดูโครงสร้างของตึกและอาคารต่างๆ ได้เช่นกัน

เผยอยากเห็นเด็กไทยทำโครงงานวิทย์มากๆ

สุดท้ายนี้ เมื่อมองกลับมาที่วิทยาศาสตร์ของไทยบ้าง บอล 1 ใน 3 สมาชิกสะท้อนว่า ประเทศไทยยังไม่เห็นความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์มากเหมือนในต่างประเทศที่ทุ่มเทกับการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ชัดเจน โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกา จึงอยากเห็นเด็กไทยทำโครงงานวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น

"ผมมองว่าหากจะทำโครงงานวิทย์ เราควรเริ่มจากเรื่องที่เราสนใจจริงๆ ก่อน เพื่อให้มีแรงบันดาลใจทำได้ตลอด เพราะการทำงานนานๆ มันต้องมีเบื่อและท้อบ้าง หากเป็นสิ่งที่เกิดมาจากเราเอง เราก็จะไม่เลิกกลางคัน เพราะเราทำเพราะสนใจอยากรู้และรักที่จะทำจริงๆ" บอล พูดทิ้งท้าย เชิญชวนให้เพื่อนเยาวชนอื่นๆ หันมาเรียนรู้จากโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วยกัน

 
ศธ.มอบรางวัล 'อินเทล' ผู้ทำประ โยชน์
 
 
Ref. ข่าววิทยการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ปีที่ 58 ฉบับที่ 17974 วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน 2550.

ศธ.มอบรางวัล 'อินเทล' ผู้ทำประ โยชน์ กระทรวงศึกษาธิการมอบเข็ม 'เสมาคุณูปการ' และ 'เกียรติคุณบัตร' ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2550 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 115 ปี ให้แก่ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ และ นางสาวพรวลี สายทองคำ (ซ้าย) ผู้จัดการกิจกรรมการศึกษา เป็นผู้แทนบริษัทฯ ในพิธีดังกล่าว

สำหรับงานในปีนี้ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นบริษัทเอกชน และบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสารเพียงรายเดียวที่ได้รับการเสนอชื่อจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้เข้ารับรางวัล เนื่องมาจากความพยายามในการช่วยยกระดับการศึกษาของไทย ผ่านโครงการความร่วมมือต่างๆ ที่มีให้กับกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่องตลอดสิบปีที่อินเทลเข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย อาทิเช่น โครงการ Intel® Teach ซึ่งเป็นการอบรมครูเพื่อนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาบูรณาการในการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้มากขึ้น โดยขณะนี้มีครูที่ผ่านการอบรมจากโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ

 
ก้าวเดินใหม่ของครูยุคดิจิตอล กระตุ้น เด็กไทยให้คิดมากกว่าจำ
 
 
Ref. IT Digest โดย จุลดิส รัตนคำแปง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ปีที่ 58 ฉบับที่ 17979 วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน 2550.

IT Digest ได้มีโอกาสไปสัมผัสการสัมมนาเชิงปฏิบัติการกับครูกว่า 400 คน ที่มารวมกันในโครงการ “ฮอตส์”

(HOTs: Higher Order Thinking Skills) อันเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้โครงการ อินเทล ทีช เนื่องจากทางอินเทลเชื่อว่า เทคโนโลยีจะเป็นประโยชน์ตต่อการสอนได้ ก็ต่อเมื่อครูทั้งหลายรู้จักวิธีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน ในการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษาก็ตาม ทำให้เด็กได้คิดเอง และวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ได้ไม่ใช่แค่อ่านแล้วท่องจำเป็นนกแก้ว นกขุนทอง

แม้ความก้าวหน้าและการพัฒนาโลกในอนาคต ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสถานศึกษา และความสามารถในการแข่งขันของนักเรียน รัฐบาลของทุกประเทศต่างก็เพิ่มงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ สำหรับชั้นเรียนเพื่อให้เด็กได้ใช้คอมพิวเตอร์ และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในห้องเรียนได้ แต่ทว่ายังมีครูอีกมากที่ยังไม่รู้จักการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้

แต่สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนในเวลานี้ คือ การลงทุนพัฒนาทรัพยากรครูให้มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ อันจะช่วยพัฒนามาตรฐานของเด็กนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น กล้าที่จะคิดนอกกรอบไม่ยึดติดกับรูปแบบการสอนเดิมๆ ดังนั้น IT DIGEST จึงขอเสนอตัวอย่างโครงงาน ที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเรียนการสอน อีกทั้งยังฉีกแนวออกไปจากเรียนบนกระดานดำ ทำให้การเรียนน่าสนใจ สนุกสนาน และท้าทายมากกว่าเดิม

ก้าวเดินใหม่ของครูยุคดิจิตอล กระตุ้น เด็กไทยให้คิดมากกว่าจำ นายสันติ ม่วงปาน ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม อ.บางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เล่าถึงผลงานที่เอามา เป็นโครงงาน “ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน” ว่า เป็นการนำกระบวนการคิดเข้าสู่ห้องเรียนด้วยโจทย์มุมกว้าง เปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสไปคิดเองร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อแก้ปัญหาจากโจทย์ที่กำหนด โดยการค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น ไบโอดีเซล ที่เด็กไปคิดถึงน้ำมันทอดกล้วยแขกที่แม่ค้าเหลือทิ้ง เขาก็เอามาทำไบโอดีเซลจากการผ่านกระบวนการทางเคมี

ครู รร.ค่ายบางระจัน เล่าต่อว่า เรื่องชาบัวหลวง ก็เหมือนกัน นักเรียนเข้าไปค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต เพื่อหาสรรพคุณทางยาแล้วทดลองก่อนนำมาเสนอ ถือเป็นการตั้งคำถามจากกรอบความรู้ แล้วตอบโดยใช้ข้อมูลจากเทคโนโลยีไอซีที อาทิ การใช้โปรแกรมฟรีแวร์ ชื่อ “ครอกโคไดล์” เรียนเรื่องวงจรไฟฟ้า ลักษณะการเรียนแบบนี้ครูผู้สอนต้องอดทนกับเด็กมากขึ้น เพราะต้องตอบและหาว่าสิ่งต่างๆ มาได้อย่างไร เพื่อฝึกให้เด็กได้ตั้งคำถาม การเรียนหนังสือต้องมีการลงมือทำเพื่อตอบ ไม่ใช่แค่อ่านแล้วมาตอบ หมดยุคป้อนความรู้ให้เด็ก ถึงเวลาที่ปล่อยให้เด็กไปหาความรู้เองตามที่ต้องการแล้ว

ก้าวเดินใหม่ของครูยุคดิจิตอล กระตุ้น เด็กไทยให้คิดมากกว่าจำ นายชัฏ ตระกูลสินทอง ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้เกษตร โรงเรียนบางละมุง จังหวัดชลบุรี เล่าถึงโครงงาน “ต้นไม้พูดได้” ว่า นี่คือการ เรียนวิชาเกษตรของนักเรียนชั้น ม.6 แบบใหม่ ที่ผ่านมาการเรียนเรื่องพีชมีมากมายหลายเรื่องที่ยังไม่รู้ จึงเอาความรู้จากกลุ่มสาระต่างมาผสานกันเป็นต้นไม้พูดได้ ถือเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับต้นพญาสัตบรรณ โดยการนำเอาแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์บันทึกเสียงและลำโพงมา เชื่อมกับแผงโซลาร์เซลล์เพื่อจ่ายพลังงานให้กับวงจร เชื่อมกับเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว เมื่อมีนักเรียนเดินผ่าน อุปกรณ์ก็จะบรรยายถึงลักษณะของต้นไม้นั้นเป็นภาษาไทย

“เราไม่ใช่แค่สร้างต้นไม้พูดได้ที่เป็นสิ่งจับต้องได้เท่านั้น การปลูกต้นไม้ยังต้องมีองค์ความรู้อื่นๆ อาทิ ปลูกอย่างไรให้ต้นไม้งอกงามดี ก็ต้องปลูกพืชคลุมดินให้เกิดความชุ่มชื้น เด็กนักเรียนก็จะต้องคำนวณหาพื้นที่เพื่อปลูกหญ้า ก็ได้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ รวมถึงคำบรรยายภาษาไทยที่สามารถแปลเป็นภาษาอังกฤษ กลายเป็นระบบวิชชวลบอร์ด สำหรับงานนิทรรศการนอกสถานที่ ก็เป็นการประยุกต์ใช้อีกทางที่น่าสนใจ” ครูเกษตร รร.บางละมุง กล่าว

ด้าน นางขวัญกมล จางวิริยะ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม จังหวัดพะเยา กล่าวถึง “โครงงานพลังงานมหัศจรรย์” ว่า โครงงานนี้มาจากตัวอย่างในแบบเรียนเกี่ยวกับพลังงานจากถั่ว 4 ชนิด ได้แก่ถั่วลิสง ถั่วดำ ถั่วแดง และเมล็ดละหุ่ง จากโจทย์ที่อยากรู้ว่าพลังงานจากพืชใดน่าสนใจบ้าง โดยพิจารณาจากการใช้ลังงานในชีวิตประจำวัน จากการค้นคว้าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และทดลองนักเรียนพบว่า ละหุ่งให้พลังงานมากที่สุด ด้วยทักษะความรู้วิทยาศาสตร์ และการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นการเอาเทคโนโลยี มาบูรณาการความรู้ในการเรียนการสอน

ก้าวเดินใหม่ของครูยุคดิจิตอล กระตุ้น เด็กไทยให้คิดมากกว่าจำ นางเกษมรัศมิ์ วิวิตกุลเกษม ครูศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนสายน้ำผึ้ง กรุงเทพมหานคร เล่าถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาผสาน กับงานศิลปะในโครงงาน “Sculptures in the Garden” ว่า หลายคนคิดว่าเทคโนโลยีและศิลปะเป็นเรื่องสวนทางกัน แต่จริงๆ แล้วเทคโนโลยีไอทีก็เข้ามาเป็นเรื่องมือ ช่วยให้เด็กนักเรียน สามารถสร้างงานด้านประยุกต์ศิลป์ขึ้นมาได้ โดยที่ผ่านมาคำว่า “ศิลปะ” ของนักเรียน คือ การออกแบบแฟชัน เครื่องประดับ แต่ศิลปะที่เป็นงานปั้นกลับไม่ถูกพูดถึง ทั้งที่ตัวโรงเรียนอยู่ใกล้ถนนสุขุมวิท และมีงานศิลปะแบบประติมากรรมลอยตัวตั้งแสดงอยู่มากมาย

ครูศิลปะ โรงเรียนสายน้ำผึ้ง เล่าเพิ่มเติมว่า โจทย์ที่ให้ไป คือ ศิลปะทำให้ชีวิตมีความสุขได้อย่างไร เด็กจะได้ดูงานปั้นต่างๆ และคิดวิเคราะห์ เพื่อหาแนวคิดในการออกแบบสร้างสรรค์งานปั้นของตัวเอง ตัวครูจึงจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นให้กล้าที่จะลงมือปั้น กล้าเลอะเพื่องานของตัวเอง ด้วยการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลงานศิลปะ ช่วยให้เด็กได้เห็นงานศิลปะที่หลากหลาย เป็นการหาคำตอบเพิ่มขึ้น แล้วก็นำมาแสดงหน้าชั้นผ่านวีดิโอคลิป กระบวนการสังเคราะห์ขั้นสูงที่ตนได้อบรมไป มีประโยชน์อย่างมากในจุดนี้ เพราะนักเรียนได้คิดและลงมือทำ ไม่ใช่แค่อ่านแล้วหาคำตอบ

ส่วน ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ หัวหน้างานระบบการเรียนการสอนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความเห็นว่า เรื่องทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง ครูทุกคนสนใจ ในการเอามายกระดับการสอนในกลุ่มวิชาของตัวเอง ครูที่มาร่วมกว่า 400 คนมีจุดดีอยู่ จากที่ได้มาคุยกันเรื่องการทำงานในความร่วมมือระหว่าง กระทรวงฯ และอินเทลเมื่อปี 2549 ก็ได้แนวคิดว่า ความท้าทายของเรื่องนี้อยู่ที่แผนการจัดการความรู้ เพราะเด็กยังต้องท่องจำอยู่ โดยการสร้างแนวคิดขั้นสูงคิดได้ แต่จะลงมือทำงานนี้ครูจะได้ทักษะการคิดประเมินโครงงานนักเรียน เพื่อให้ได้มุมที่ลึกและแตกต่าง

หัวหน้างานระบบการเรียนฯ กระทรวงศึกษาธิการ เล่าให้ฟังอีกว่า งานคราวนี้จะมีโจทย์ให้ครูได้คิดมากขึ้น โดยการทดลองจากห้องสัมมนาจริงๆ เช่น การดูคุกกี้ ก็จะพิจารณาจากรูปร่างว่าน่ากินไหม หากลองกัดชิมดูเป็นอย่างไร แล้วที่กินอร่อยเพราะมีส่วนผสมอะไรบ้าง นี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น เห็นได้ว่าแม้แต่คุกกี้ชิ้นเดียวก็มีเรื่องให้วิเคราะห์มากมาย อีกทั้งวิทยากรที่มาร่วมก็เป็นครูด้วยกันเอง และคนที่เป็นมืออาชีพมาเล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำงานว่า ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร จะไม่ใช่นักวิชาการเฉพาะทาง แบบงานสัมมนาอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าจะเป็นการตีกรอบความคิดแก่ครูมากเกินไป

ทั้งหมดที่เก็บตกมาได้จากการอบรมครูแกนนำครั้งนี้ นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของการพัฒนาระบบการศึกษายุคใหม่ ที่เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และสังเคราะห์ชั้นสูงของครู ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ เพราะในทุกชั่วโมงที่มีการสอน จะเต็มไปด้วยความท้าทายของนักเรียน เพื่อที่จะแก้ปัญหาจากโจทย์ต่างๆ ไม่ได้มุ่งพัฒนาแต่เครื่องมือการสอน ที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการภาษา หรือชุดทดลองวิทยาศาสตร์อีกต่อไป อันจะนำไปสู่การสร้างทรัพยากรบุคคลรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศไทย ให้แข่งขันกับนานาประเทศได้นั่นเอง

 
รมว.ศธ.เปิดประชุมสัมมนาวิทยากรอาวุโสและวิทยากรแกนนำ ระดับชาติ ครั้งที่ ๔
 
 
Ref. ข่าวสำนักงานรัฐมนตรีที่ ๑๔๖/๒๕๕๐ (เดือนเมษายน ๒๕๕๐) กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ.เปิดประชุมสัมมนาวิทยากรอาวุโสและวิทยากรแกนนำ ระดับชาติ ครั้งที่ ๔ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานการประชุมสัมมนาวิทยากรอาวุโสและวิทยากรแกนนำ ระดับชาติ ครั้งที่ ๔ ในหัวข้อ “HOTs (Higher Order Thinking Skills)” ของโครงการ Intel ® Teach เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๐ ณ โรงแรมเอสดี อเวนิว

รมว.ศธ.เปิดประชุมสัมมนาวิทยากรอาวุโสและวิทยากรแกนนำ ระดับชาติ ครั้งที่ ๔ รมว.ศธ.กล่าวว่า โครงการ Intel ® Teach ที่บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนมาด้วยดีตลอดนั้น มีหัวใจสำคัญของโครงการร่วมกันคือ เน้นที่ครูกับนักเรียน ให้มีทักษะการคิด วิเคราะห์ชั้นสูง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อีกทั้งยังสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในระดับชั้นเรียน

รมว.ศธ.ได้แสดงความชื่นชมในความสำเร็จของวิทยากรอาวุโส วิทยากรแกนนำ และครู ทั้ง ๔๐๐ คนที่มาร่วมงานในวันนี้ และบางส่วนที่ไม่ได้มาร่วมงาน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ครูเหล่านี้ ได้มีการเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่นักเรียน และจะเป็นอนาคตของชาติต่อไปอย่างน่าชื่นชม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินการอบรมวิทยากรแกนนำและครูเครือข่ายจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนที่ครูและนักเรียนจะได้นำกระบวนการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานศึกษา ตลอดจนการขยายผลของโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่เขตการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ

รมว.ศธ.เปิดประชุมสัมมนาวิทยากรอาวุโสและวิทยากรแกนนำ ระดับชาติ ครั้งที่ ๔ รมว.ศธ.ได้กล่าวขอบคุณบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทย (จำกัด) ที่ได้สนับสนุนการประชุมสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นความสำคัญและได้มอบรางวัลเสมาคุณาการให้แก่บริษัท ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๐ รวมทั้งได้ขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษาทุกคน ที่เล็งเห็นประโยชน์ของครูและนักเรียนเป็นสำคัญ พร้อมที่จะนำพาไปสู่การพัฒนาด้านการเรียนการสอนที่ยั่งยืนต่อไป

การมีส่วนร่วมของวิทยากรอาวุโส วิทยากรแกนนำและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยผลักดันให้โครงการนี้ดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ให้บรรลุผล ซึ่งถือว่าเป็นการวางรากฐานที่ดีในการดำเนินงานโครงการที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของคณะครูและนักเรียนต่อไป.

 
2007 Young Scientist Competition (YSC)
 
 
2007 Young Scientist Competition (YSC) ขอร่วมแสดงยินดีกับผู้ชนะเลิศในการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมศาสตร์ Young Scientist Competition ภายใต้งาน “มหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) แห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา 10.00-19.00 น. ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมชิงชัยกว่า 281 ทีม กว่า 598 คน จาก 176 สถาบันทั่วประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด

2007 Young Scientist Competition (YSC) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้มีการจัดการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมศาสตร์ Young Scientist Competition ต่อเนื่องเป็น ปีที่ 7 โดยได้จัดตั้งหน่วยประสานงานส่วนภูมิภาค 4 ภาค คือ ภาคเหนือ-มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ภาคใต้-มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และภาคกลาง-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับความร่วมมือจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และบริษัทอินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนเด็กไทยในระดับมัธยมศึกษาให้มีโอกาสแสดงความสามารถทางด้านวิทยาศาตร์, คอมพิวเตอร์และวิศวกรรมในระดับประเทศ และเพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยสำหรับเข้าประกวดงาน

Intel International Science and Engineering Fair (Intel ISEF) ครั้งที่ 58 ที่เมืองอัลบูเคอคี มลรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-19 พ.ค. 2550 ซึ่งทางบริษัทอินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเป็นผู้ให้การสนันสนุนผู้ชนะเลิศเพื่อไปร่วมในการแข่งขันระดับโลกซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือประเภทบุคคลและประเภททีม

ผู้ชนะเลิศประเภทบุคคล ได้แก่
  • โครงการการพัฒนาเครื่องบินบังคับเล็ก เพื่อใช้ในการสำรวจทางอากาศ
    • ผู้พัฒนา คือ นายวงศกร ลิ้มศิริ จากโรงเรียนสิรินธร
    • อาจารย์ที่ปรึกษา คือ นางอรวรรณ รัมพณีนิล
  • โครงการการตรวจสอบผู้ใช้ด้วยรหัสผ่านและข้อมูลรูปแบบการพิมพ์ ภาค 2
    • ผู้พัฒนา คือ นายพีรเดช บางเจริญทรัพย์ จากโรงเรียนบูรณะรำลึก
    • อาจารย์ที่ปรึกษา คือ น.ส.อุบล ดวงสุด
ผู้ชนะเลิศประเภททีม ได้แก่
  • โครงการหุ่นยนต์เก็บตัวอย่างน้ำ
    • ผู้พัฒนา จาก โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย
      • นายนนทชัย สุรตริยานนท์
      • น.ส.ศรีวรรณ พจน์ทวีเกียรติ
      • น.ส.ปิติพร ปิติ
    • อาจารย์ที่ปรึกษา คือ นายสุนทร เรืองภักดี
    • โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี

ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.intel.com/education/isef/  

 
Thinking skills project scores big
 
 
Thinking skills project scores big I am privileged to know a teacher who serves as a wonderful example. This teacher has won, from an international platform in Asia, an excellence award for her lesson plan and for her students' presentations of their projects.

Last month, there was an international forum - the second international contest on the application of multimedia-based learning material, at Tokyo Gakugei University, in Japan. It aims to improve a teacher's multimedia-based teaching.

Vinyuvadee Gujral, a Thai teacher from the Prince Royal's College in Chiang Mai, as a representative of Thailand, presented her lesson plan and students' work in the conference after receiving the first prize in the regional contest of the use of multimedia in education, last September.

Emphasizing thinking skills

Emphasizing thinking skills Miss Vinyuvadee was unanimously given an award of excellence for her lesson plan entitled, "Using Seven Ways Of Project Work To Develop Thinking Skills".

She explained that her presentation was unique because she emphasised the local wisdom issues, which caught the interest of not only of the judges, but also the international teachers participating in the conference. It was great that the students' work could demonstrate how students collaboratively produced quality work showing their creative, analytical and synthetic skills.

A Japanese teacher said it was great to encourage students to work in teams to produce such high quality work. In addition, a professor from Tokyo Gagugei University was amazed by her presentation, energy and unique approach.

The audiences were captivated by her students' projects, which made her very happy. Vinyuvadee had put together a lesson plan which encouraged her students to periodically write projects for the school's website. Students were required to interview the owner of the products about their background, the purposes of their products, their income, the process of production, how the product affected their family, and their community. The project demanded a rare merger of English and economic topics, according to her lesson plan. Examples of her students' work can be viewed at www.prc.ac.th .

Learning to be great

We could all learn from her experience. Vinyuvadee explained that teachers must continuously develop their skills. She said that information and communication literacy skills are essential, along with the ability to utilise ICT (information, communications and technology) in classroom activities, particularly for teachers.

She said meeting the young international teachers at the seminar inspired her even more because their projects were very impressive.

Prof Lee, a Korean teacher at Busan University, suggested to her that if one worked alone, her work would eventually be finished, but it might take a long time; Whereas, as a member of a team, their work could be finished in a much shorter time.

This, Prof Lee said, reinforces the crux of teamwork, which is essential to develop students and teachers. Vinyuvadee suggested that information and communication technology is not difficult, and that all of us can use it for student improvement and self-improvement. Most importantly, ICT and learning along with her students facilitate thinking out of the box.

Thanks goes to Dr Suwat Saktrisul, the director of the Bureau of Teaching and Learning Technology, of the Office of Basic Education, and Wannapa Pliansri from the Asian Institute of Technology, for supporting teachers in gaining such valuable experience.

I believe that the above is an excellent example. It shows us that when a teacher has an opportunity to enhance her learning opportunities, her psychic rewards, her freedom to exchange and to share, and her commitment to the profession becomes paramount in creating a compelling rationale for well-conceived changes.

An emerging lesson-learned from Ajarn Vinyuvadee is her passion in teaching, learning, and sharing with students and colleagues.

Ref. Source: Bangkok Post, Learning Post, 28-Nov-06, Tips from an Insider by Dr. Rangsun Wiboon-uppathum

 
การอบรมเชิงปฎิบัติการในการบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน
 
 
Intel® Teach ได้เข้าร่วมในการอบรมเชิงปฎิบัติการ ใน หลักสูตร “การบูรณาการ ICT ในการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน (ICT Integration on Project-based learning) ของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนในชนบท (ทสรช.) ภายใต้โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน ณ สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การอบรมเชิงปฎิบัติการในการบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน Intel® Teach ได้มีการดำเนินการฝึกอบรมให้กับกลุ่มอาจารย์ในโครงการฯ โดยเน้นหนักที่กระบวนการกระตุ้นให้เด็กนักเรียนได้คิดวิเคราะห์ การถามให้ถูกคำถามซึ่งหมายถึง คำถามสร้างพลังคิด รวมทั้งขั้นตอนในการประเมินโครงงาน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับบทบาทสมมติเป็นนักเรียนที่ได้ภาระมอบหมายให้ทำโครงงานเกี่ยวกับสารอาหาร ในชื่อโครงงาน You are what you eat ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมากจากผู้เข้ารับการอบรม โดย
  • 93% เห็นว่า ภาพรวมการจัดอบรมเหมาะสมดี
  • 83% เห็นว่า หัวข้อการบรรยายมีประโยชน์มาก ช่วยให้เข้าใจโครงการ Intel® Teach ได้เป็นอย่างดี
  • 93% สนใจมากถึงมากที่สุดในการเข้ารับการอบรมเต็มรูปแบบของโครงการ Intel® Teach

การอบรมเชิงปฎิบัติการในการบูรณาการ ICT เพื่อการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงาน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการอบรมยังได้รับการแนะนำให้รู้จักเว็บไชต์ของโครงการ Intel® Teach ที่ได้จัดทำเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้แบบออนไลน์ อาทิเช่น Seeing Reason ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนในเรื่องของความสัมพันธ์ แบบ Cause & Effect ในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงงานที่กลุ่มกำลังดำเนินการอยู่ด้วยเช่นกัน

 
การประชุมทางวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน ครั้งที่ 1
(ICTTL 2006)
 
 
การประชุมทางวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน ครั้งที่ 1 (ICTTL 2006) บริษัท อินเทลฯ ได้เข้าร่วมงาน การประชุมทางวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 ตุลาคม ณ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม โดยมีโรงเรียน ในกลุ่มของโครงการ Intel® Teach เข้าร่วมจัดนิทรรศการอยู่ด้วยถึง ๓ โรงเรียนได้ แก่โรงเรียน
เทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี, โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง, และ โรงเรียนท่าม่วงราษฏร์บำรุง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้นำเสนอโดยเด็กนักเรียนให้กับผู้ที่สนใจได้รับชมนิทรรศการซึ่งเป็นผลงานของรูปแบบการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้เด็กนักเรียนได้คิดค้นคว้าโครงงานที่เขาอยากศึกษาด้วยตัวเอง

การประชุมทางวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน ครั้งที่ 1 (ICTTL 2006) นอกเหนือจากนี้ ยังมี คุณครูที่เป็นวิทยากรอาวุโสประจำโครงการ Intel® Teach เข้าร่วมกิจกรรมในส่วนของภาคบรรยาย ได้แก่ อาจารย์ สันติ ม่วงปาน โรงเรียน
ค่ายบางระจันวิทยาคม จังหวัด สิงห์บุรี การนำเสนอผลงานในหัวข้อ “การเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ด้วย ICT” และ อาจารย์ ดวงจันทร์ ปู่เพี้ยน โรงเรียน สามพรานวิทยา จังหวัด นครปฐม การนำเสนอผลงานในหัวข้อ “แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการข้ามรายวิชา เรื่อง Technology in my life”

การประชุมทางวิชาการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอน ครั้งที่ 1 ( ICTTL 2006) ทางบริษัท อินเทลฯ ได้ร่วมในส่วนของนิทรรศการด้วยเช่นกัน โดยได้นำเอา การเรียนรู้ออนไลน์ Skoool ซึ่งเป็นหนึ่งในความคิดริเริ่มของอินเทล ในการที่จะนำครูและ
นักเรียนเข้าสู่แหล่งเรียนรู้ที่มีรูปแบบแปลกใหม่ การนำเสนอรูปแบบเว็บไซต์โดยใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย ที่มีลักษณะเป็นอินเตอร์แอคทีฟ มีภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ บรรยายเนื้อหาที่น่าสนใจและเข้าใจง่ายในสาระวิชา วิทยาศาสตร์ และ
คณิตศาตร์ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาระบบอีเลิร์นนิ่งที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในอังกฤษ ไอร์แลนด์ และ สวีเดน

ทุกท่านสามารถสนุกสนานกับประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ได้ที่ http://www.skooolthai.net   เช่นกัน

 
ไอทีกับโรงเรียนในฝันและการศึกษาแห่งอนาคต
 
 
ไอทีกับโรงเรียนในฝันและการศึกษาแห่งอนาคต เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของมนุษย์มากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้รูปแบบการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลก และจำเป็นอย่างยิ่งที่แวดวงการศึกษาจะต้องก้าวตามให้ทัน ไม่ว่าจะด้วยอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการหรือวิธีคิดก็ตาม

“1อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน” เป็นอีกหนึ่งแนวความคิดที่จะพัฒนาการศึกษาไทยให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และผลิตทรัพยากรมนุษย์อันเป็นกำลังสำคัญ โดยแกนหนึ่งที่เร่งผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ การใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง ซึ่งพ้องกับแนวทางพัฒนาการศึกษาของหลายๆ หน่วยงาน อาทิ โครงการ “หนึ่งห้องเรียนหนึ่งคอมพิวเตอร์” หรือ “One Computer Classroom: OCC” ของสถาบันคีนันแห่งเอเซีย และโครงการ Intel Teach to the Future ของบริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น

ไอทีกับโรงเรียนในฝันและการศึกษาแห่งอนาคต พรวลี สายทองคำ ผู้จัดการโครงการด้านการศึกษา บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการ Intel Teach to the Future ให้ฟังว่า โครงการนี้เป็นโครงการฝึกอบรมที่ใช้กันทั่วโลก โดยเริ่มจากการศึกษาวิจัยบนพื้นคำถามว่า ในศตวรรษที่ 21 เด็กๆ จะต้องมีอะไรติดตัวไปบ้างจึงจะก้าวทันโลก ซึ่งคำตอบก็หนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ อยู่แล้ว หากสิ่งสำคัญก็คือ การคิดในขั้นสูง คือ จะทำอย่างไรให้เด็กคิดเป็น ไม่ใช่แค่การดึงข้อมูลมากมายจากอินเทอร์เน็ตมาวางเป็นรูปเล่มรายงานสวงยงาม แต่ต้องคิดวิเคราะห์ต่อได้ด้วย จุดนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากสำหรับครูผู้สอน

ผู้จัดการโครงการด้านการศึกษาของอินเทล กล่าวถึงโครงการนี้ต่อว่า Intel Teach to the Future ไม่ได้ทุ่มเทเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่เน้นกระบวนการสอนของครูที่ฝึกให้เด็กคิดต่อยอด ยึดหลัก “คำถามสร้างพลังคิด” การทำงานเป็นหมู่คณะ และการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้าไปผสมผสานในการเรียนรู้ ทั้งนี้ ดร.เครก บาร์เรต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของอินเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้ริเริ่มโครงการนี้เคยกล่าวไว้ว่า คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ในห้องเรียนจะไร้ค่าทันที ถ้าครูผู้สอนไม่เข้าใจถึงวิธีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคอมพิวเตอร์ไม่ใช่สาระสำคัญที่สุด หากแต่เป็นครูผู้สอนที่สำคัญ

โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เป็นตัวแทนที่ดีแห่งหนึ่งในฐานะโรงเรียนเล็กๆ ในดินแดนวีรบุรุษไทยที่รับช่วงแนวคิดจากทั้ง 2 โครงการมาปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จ โดยเป็นทั้งโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 และมีบุคลากรที่เต็มเปี่ยมด้วยศักยภาพ สามารถ “พิมพ์” อนาคตของชาติออกมาได้อย่างมีคุณภาพ

ไอทีกับโรงเรียนในฝันและการศึกษาแห่งอนาคต ฉัตรชัย ต๊ะปินตา ผู้อำนวยการโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการนำทั้ง 2 โครงการมาผนวกรวมกันว่า โครงการ Intel Teach to the Future เข้ามาพร้อมกับโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝันพอดี และจากการที่ได้เข้าร่วมอบรมกับอินเทลทำให้ได้รับกระบวนการสอนแบบใหม่ที่บูรณการไอซีทีมาใช้กับเด็กๆ ทำให้นักเรียนรู้จักนำความรู้มาต่อยอด

“แนวคิดของโรงเรียนในฝันกับโครงการของอินเทลสอดรับกันได้ดีในเรื่องที่เน้นการใฝ่รู้ คิดวิเคาะห์ ผมชอบคำว่า ‘คำถามสร้างพลังคิด’ ของอินเทล ที่สอนให้เด็กได้เรียนรู้ ค้นคว้า และคิดด้วยตนเอง อันนี้เป็นตัวจุดประกายให้เห็นชัดเจนเลยว่านี่คือรูปแบบการศึกษาของคนรุ่นใหม่” ผ.อ. โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคมกล่าว

ผู้บริหารสถานศึกษาแห่งนี้บอกถึงความยากลำบากในช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ให้ฟังว่า เดิมนั้นโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์เพียง 14 เครื่องเท่านั้น แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของครูในโรงเรียน ภารโรง ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาที่ช่วยกันลงขัน ก็ทำให้โรงเรียนมีห้องคอมพิวเตอร์ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นมาถึง 130 เครื่องในทุกวันนี้ ส่วนการปรับเปลี่ยนกระบวนการสอนนั้น จากที่ครูส่วนใหญ่ไม่กล้าใช้คอมพิวเตอร์ ไม่อยากเปลี่ยนวิธีการสอนที่ใช้เทคโนโลยีเสริมเข้าไป เพราะเชื่อว่าสอนแบบเดิมมาหลายปีก็ใช้ได้ แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนใช้คอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว แม้แต่การส่งคะแนนก็ผ่านทางคอมพิวเตอร์ ทุกคนผ่านการอบรมของอินเทล 100% และใช้ไอซีทีมาเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนได้ 100%

ไอทีกับโรงเรียนในฝันและการศึกษาแห่งอนาคต ด้าน อาจารย์สันติ ม่วงปาน อาจารย์โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม และประธานวิทยากรอาวุโส โครงการ Intel Teach to the Future ในฐานะผู้ให้การอบรมครูเครือข่ายตามโครงการ เล่าว่า การปรับเปลี่ยนให้ครูที่เคยชินกับรูปแบบการสอนแบบเก่ามาใช้กระบวนการสอนแบบใหม่ เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะหลายคนไม่คุ้นกับการใช้เทคโนโลยีก็จะกลัว แต่เมื่อได้ใช้บ่อยๆ ก็จะแก้ปัญหาในจุดนี้ไปได้ และทุกหน่วยสาระวิชาก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น

ย้อนกลับมาฟังความคิดเห็นของนักเรียนยุคใหม่ภายใต้การเรียนการสอนที่มีเทคโนโลยีเป็นสื่อกลางและมุ่งเน้นไปที่กระบวนการคิดกันบ้าง นางสาวอริษา จำปาจันทร์ หรือ มิ้น และ นายสุเมธ ราชประชุม หรือ เมธ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคมบอกว่า การสอนแบบใหม่นี้อาจารย์จะให้ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยเน้นให้มีการวางแผนในกลุ่มก่อน ในส่วนนี้ทำให้รู้จักใช้กระบวนการคิด มีการทำงานเป็นกลุ่ม และรู้จักแบ่งงานกัน ทั้งนี้ ในส่วนของการใช้อินเทอร์เน็ตมาช่วยในการศึกษาค้นคว้าช่วยให้ได้รับความรู้กว้างและเร็วกว่าเดิม เพราะถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์กว่าจะหาข้อมูลแต่ละเรื่องได้ต้องใช้หนังสือจำนวนมากและใช้เวลานาน

ไอทีกับโรงเรียนในฝันและการศึกษาแห่งอนาคต นางสาวรัตนาภรณ์ กลิ่นธูป หรือ นา หนึ่งในผลผลิตที่น่าภาคภูมิใจของโรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม ผู้ได้รับทุนการศึกษาในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน เพื่อศึกษาระดับปริญญาตรีที่ประเทศอินเดีย ในสาขาคอมพิวเตอร์ บอกว่า อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์มีความจำเป็นมาก และตนมุ่งมั่นที่จะไปเรียนด้านการเขียนโปรแกรมที่อินเดีย เพื่อกลับมาเป็นโปรแกรมเมอร์ เขียนโปรแกรมดีๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษาให้คนอื่นได้ใช้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเราได้เรียนรู้มากขึ้น ค้นคว้าได้มากขึ้น

“ที่สำคัญ เมื่อกลับมาแล้วตั้งใจว่าจะตั้งศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชนให้ได้ เพราะตอนนี้แม้จะมีให้บริการที่องค์การบริหารส่วนตำบลก็มีเพียงแค่เครื่องเดียว ร้านอินเทอร์เน็ตที่มีก็มีเพียง 2 แห่ง ตั้งอยู่ไกลออกไป และส่วนใหญ่เปิดให้บริการด้านเกมเสียมาก ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน” รัตนาภรณ์บอกถึงความตั้งใจและแนวคิดที่จะกลับมาพัฒนาชุมชนของเธอในอนาคต

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัวแล้วในสถาบันการศึกษาไทย ครูอาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรในแวดวงการศึกษาต่างก็มีความพร้อมอย่างยิ่งแล้วทั้งในแง่ของความตระหนักรู้ การประยุกต์ใช้ หรือแม้แต่นำมาเป็นสะพานเชื่อมในการคิดต่อยอด ก้าวที่เหลือต่อไปที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดและผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรมก็คงจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจังจากภาครัฐ การขยายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนต่อโรงเรียน และรัฐกับเอกชน เพื่อให้ความสำเร็จเกิดขึ้น ณ ชุมชนอันเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง : ไทยรัฐ ออนไลน์ - 25 ก.ย. 49 - IT Digest โดย ปาจารีย์ พวงศรี ( itdigest@thairath.co.th )

 
การประชุมสัมมนาการพัฒนาบุคลากรการใช้
ICT เพื่อการเรียนการสอน
 
 
การประชุมสัมมนาการพัฒนาบุคลากรการใช้
ICT เพื่อการเรียนการสอน สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน จึงได้จัดประชุมสัมมนาการพัฒนาบุคลากรการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน ระหว่างวันที่ 19 -20 กรกฎาคม ที่โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมี ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาพัฒนาบุคลากรการใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน
ดร. สุวัฒน์ ศักดิ์ตรีศูล ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ให้การต้อนรับ และ กล่าวรายงาน

การประชุมสัมมนาการพัฒนาบุคลากรการใช้
ICT เพื่อการเรียนการสอน การประชุมสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วยครูจากโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขนาดกลาง จากทั่วประเทศ จำนวน 150 คน ซึ่ง เคยเดินทางไปอบรมที่นานยางโปลีเทคนิค ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนเมษายน, ตุลาคม 2547 และเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และมีผลงานด้านผลิตสื่อมัลติมีเดีย ใช้ในการสอนที่โรงเรียนของตน ทั้งนี้ เพื่อที่จะพัฒนาครูดังกล่าวข้างต้น ให้สามารถใช้ ICT ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ สูงสุด Intel® Teach ทีมได้รับเชิญให้ไปร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ ในหัวข้อ ห้องเรียนแห่งอนาคต กับ อินเทล ซึ่งสามารถจุดประกายให้คุณครู คอมพิวเตอร์ที่จะสรรค์สร้างงานทางเทคโนโลยีที่ ให้มุ่งเน้นที่ในการสร้างทักษะด้านอื่นๆที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 อาทิเช่น ทักษะความคิดขั้นสูง , ทักษะในการติดต่อสื่อสาร ซึ่ง เป็นโครงหลักของการอบรมของโครงการ การประชุมสัมมนาการพัฒนาบุคลากรการใช้
ICT เพื่อการเรียนการสอน Intel® Teach ซี่งก็มีความสนใจจาก ผู้เขัารับฟังลงชื่อสมัครขอเข้าร่วมในการอบรมในครั้งต่อไปเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ได้ร่วมรับฟังถึง กรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในโครงการนี้ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ชยันต์ ยุบล โรงเรียนศรี สำโรงชนูปถัมภ์ ในฐานะผู้เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เป็น คุณครูแกนนำ (Master Teacher) Intel® Teach และ ปัจจุบัน ยังดำเนินการ การอบรมให้เพื่อนครูโดยเป็น วิทยากรอาวุโส (Senior Trainer) ให้กับโครงการด้วย

นอกจากนี้ โรงเรียนศรีสำโรงชนูปถัมภ์ ยังได้รับการประเมินเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝันแล้วในรอบที่ผ่านมา โดยมีอาจารย์ โสมโภช ประกอบนันท์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ประจำโครงการ Intel® Teach เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย